สกู๊ป | ขี้หมูไม่เหม็น...สู่พลังงานยั่งยืน

เทคโนโลยี-ไอที27 ก.ย. 2560 • 11:52 น.
สกู๊ป | ขี้หมูไม่เหม็น...สู่พลังงานยั่งยืน
วันก่อนเห็นโฆษณา "ขี้หมู : smell good" ของปตท. ที่เริ่มต้นเรื่องได้อย่างน่ารักด้วยครอบครัวคนเลี้ยงหมูที่เล่าปัญหาโลกแตกของฟาร์มหมู คือเรื่องกลิ่นเหม็นจากการเลี้ยงที่เป็นปัญหาระหว่างฟาร์มกับชุมชน และต้องยอมรับว่าอดีตนั้นเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข และส่วนใหญ่คนที่ต้องยอมถอย ก็คือเกษตรกรเพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลาย หลายคนต้องเลิกเลี้ยงหมูก็เพราะเรื่องนี้ หากแต่วันนี้ปมปัญหาถูกแก้ไขอย่างตรงจุดที่สุด เพราะในเมื่อกลิ่นเหม็นก็ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ คือการทำอย่างไรไม่ให้ขี้หมูส่งกลิ่นรบกวน หนทางแก้ที่ง่ายที่สุดคือการกักกลิ่นไว้ด้วยนวัตกรรมระบบไบโอแก๊ส ทำให้ได้ก๊าซธรรมชาติที่สามารถนำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า และยังนำแก๊สนี้แบ่งปันให้กับชุมชนได้ด้วย นี่จึงเป็นการเกื้อกูลอย่างยั่งยืนของคนเลี้ยงหมูกับชาวชุมชน ที่กล่าวมาตอนต้นคือภาพในโฆษณาแล้ว "ของจริง" จะมีให้เห็นไหม? คำตอบ คือ มีและมีหลายแห่งที่ทำเรื่องการพัฒนาพลังงานอย่างจริงจัง หนึ่งในตัวอย่างของเรื่องนี้ คือ ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานพลังงานจังหวัดแพร่ กับเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูขุน โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรขุนแก่เกษตรกรรายย่อย (คอนแทรคฟาร์มโครงการฝากเลี้ยง) กับ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ จำนวน 4 ราย ในพื้นที่บ้านอัมพวัน หมู่ 8 ตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ที่ร่วมกันดำเนินโครงการ "ส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพจากฟาร์มปศุสัตว์ให้กับชุมชน" จากการตระหนักถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน ทำให้เกษตรกรทั้ง 4 ราย มีความคิดที่จะปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียจากการเลี้ยงหมูรวม 2,600 ตัวของพวกเขา ซึ่งก่อนหน้านี้มีโมเดลความสำเร็จที่เพื่อนเกษตรกรฟาร์มเลี้ยงหมูกับซีพีเอฟ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง นำขี้หมูเข้าระบบไบโอแก๊สแบบ Plug Flow เกิดการหมักได้ก๊าซมีเทน นำเข้าเครื่องปันไฟแปลงก๊าซที่ได้เป็นกระแสไฟฟ้าใช้ภายในฟาร์ม อีกส่วนหนึ่งเข้าระบบท่อแก๊สกลายเป็นก๊าซหุงต้มลดค่าใช้จ่ายให้กับเพื่อนบ้าน "เลี้ยงหมูมา 15 ปี เมื่อก่อนฟาร์มอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางทุ่ง แต่วันนี้ชุมชนขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น ในเมื่อไม่สามารถย้ายฟาร์มไปที่อื่นได้ ก็ต้องอยู่กับชุมชนให้ได้อย่างมีความสุข ผมกับเพื่อนๆจึงปรึกษากับทางซีพีเอฟซึ่งเขาก็สนับสนุนเรื่องนี้อยู่แล้ว เวลานั้นทราบว่าทางภาครัฐมีนโยบายเรื่องพลังงานมากมาย หนึ่งในนั้นคือเรื่องไบโอแก๊สเพื่อพลังงานชุมชน เราจึงเริ่มติดต่อประสานกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้เรืองนี้เกิดขึ้นในชุมชนของเรา" จำลอง ขัดมูล เจ้าของจำลองฟาร์ม หนึ่งใน 4 เกษตรกร กล่าวถึงที่มา จำลอง ขัดมูล กับเพื่อนเกษตรกร เริ่มต้นขอคำปรึกษาจากองค์การบริหารส่วนตำบลเตาปูน อำเภอสอง ถึงเป้าหมายของพวกเขา จากนั้นเรื่องจึงไปสู่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน และสำนักงานพลังงานจังหวัดแพร่ โดยอบต.เตาปูน ดำเนินการของบประมาณสนับสนุนไปที่กระทรวงพลังงานเพื่อสร้างระบบบำบัดของเสียด้วยไบโอแก๊ส บ่อหมักขนาด 200 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งกระทรวงพลังงานสนับสนุนงบฯก่อสร้าง 60 % อบต.เตาปูน 35% และเกษตรกร 15% โดยทางซีพีเอฟสนับสนุนงบประมาณในส่วนนี้ ในรูปแบบผลตอบแทนการเลี้ยง โครงการนี้ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์จากฟาร์มหมู ที่ถือเป็นการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างตรงจุดเท่านั้น หากแต่ยังเกิดผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ชุมชนได้รับประโยชน์จากก๊าซชีวภาพที่เกิดจากระบบไบโอเก๊ส กลายเป็นพลังงานทดแทนก๊าซหุงต้ม จากแรกเริ่มมีครัวเรือนนำร่องที่ใช้ประโยชน์จากก๊าซชีวภาพ 50 ครัวเรือน เมื่อระบบเดินเครื่องเต็มประสิทธิภาพ ก็สามารถขยายจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น 48 ครัวเรือน เท่ากับก๊าซชีวภาพจากฟาร์มแห่งนี้สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนได้ถึง 98 ครัวเรือน นพดล สรวงประดิษฐ์ พลังงานจังหวัดแพร่ บอกว่า จากความสำเร็จของโครงการนำร่องดังกล่าว คณะทำงานจึงผลักดันให้มีการก่อสร้างบ่อบำบัดขนาด 300 ลูกบาศก์เมตร เพิ่มเติมอีกซึ่งจะสามารถขยายประโยชน์ให้กับชาวชุมชนเพิ่มอีกถึง 100 ครัวเรือน การพัฒนาระบบแก๊สชีวภาพในฟาร์มหมูแห่งนี้เป็นโครงการภายใต้แนวคิดประชารัฐด้วยกระบวนการที่มีส่วนร่วมระหว่าง รัฐ เอกชน และชุมชน ที่สามารถแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน จากของเสียในการเลี้ยงสุกร เราเตรียมผลักดันความสำเร็จของโครงการสู่ศูนย์เรียนรู้การจัดการด้านพลังงานระหว่างฟาร์มปศุสัตว์กับชุมชน เพื่อให้เป็นต้นแบบการแก้ปัญหาและมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อไป ระหว่างชมความสำเร็จของโครงการ ชาติชาย ปัทมะดิลกคเวช ประธานกลุ่มผู้ใช้แก็สบ้านอัมพวัน บอกว่า ชาวชุมชนสามารถใช้แก๊สชีวภาพจากระบบไบโอแก๊สแทนก๊าซหุงต้มได้ทั้งหมู่บ้าน วันนี้ทุกบ้านไม่ต้องซื้อก๊าซหุงต้มอีกเลย เท่ากับช่วยลดรายจ่ายด้านนี้ได้ 100% และยังแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเรื่องกลิ่นในฟาร์มหมูได้เป็นอย่างดี ชาวชุมชนตอบรับกับโครงการนี้ดีมาก ทุกคนดีใจมากที่ทุกภาคส่วนพยายามผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้น และยังร่วมกันเดินหน้าพัฒนาต่อไปเพื่อประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน นอกจากแก๊สชีวภาพที่ได้จากฟาร์มแห่งนี้ จะถูกส่งผ่านท่อไปยังชุมชนทุกๆบ้านแล้ว จำลองบอกว่าได้นำก๊าซมาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเดินเครื่องยนต์ในการผลิตไฟฟ้าขนาด 50 กิโลวัตต์ ที่สามารถใช้กับพัดลดระบายความร้อนในโรงเรือนเลี้ยงหมู ใช้กับปั้มน้ำ เป็นไฟฟ้าส่องสว่าง และเป็นพลังงานให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆภายในฟาร์มอีกด้วย จำลองฟาร์มจึงสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าลงได้มากกว่า 30-40% โครงการดีๆ เช่นนี้ เกิดขึ้นจากเป้าหมายเดียวกันของทุกภาคส่วนที่ต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้พลังงานทดแทนดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า เพื่อความยั่งยืนด้านพลังงานและยังช่วยให้ฟาร์มปศุสัตว์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข รัชนีวรรณ สุขสำราญ