DGA จับมือ ม.เกษตร เปิด "พัฒนาศูนย์เทคโนโลยี-นวัตกรรมแห่งชาติ" โชว์นักพัฒนาฯต้นแบบบริการดิจิทัลภาครัฐ
วันนี้ (22 ก.ค.63) นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิดพิธีเปิดโครงการศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลภาครัฐหรือ Digital Government Technology & Innovation Center (DGTi) ร่วมกับดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (ดีจีเอ) และ นายศรปราชญ์ ธไนศวรรยางกูร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
นายพิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์ อดีตรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยว่า การสร้างระบบนิเวศน์นวัตกรรมของเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับภาครัฐไทยเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและความสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนวัตกรรมดิจิทัลมีพื้นที่ในการนำผลงานออกสู่การใช้ประโยชน์ การขยายผล ต่อยอดสู่ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ พร้อมกันนี้ยังเป็นช่องทางหลักในการจับคู่ความต้องการด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลกับหน่วยงานรัฐต่างๆ ให้สามารถเลือกเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมนำไปประยุกต์ใช้งานทั้งในด้านการบริหารและการให้บริการภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย สพร.และหน่วยงานพันธมิตรพร้อมสนับสนุนให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะสำหรับแผนดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือและผลักดันการพัฒนาโครงการนวัตกรรมต่างๆ ของภาครัฐให้บรรลุผลสำเร็จ อย่างยั่งยืนต่อไป
ทั้งนี้บริการดิจิทัลที่ภาครัฐได้นำออกมาให้บริการประชาชน สะท้อนว่าประเทศไทยไม่ได้ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่ดีจีเอเริ่มต้นวันนี้ขอให้เป็นการเริ่มต้นที่ยังยืน จากนี้ประเทศไทยจะต้องปรับตัวกันขนาดใหญ่ ที่อาจจะเรียกว่า Post Covid Economy ก็ว่าได้ การระบาดของโรคภัยไข้เจ็บทำให้เราต้องปรับตัวสร้างระบบที่ปลอดภัยมารองรับ สิ่งที่เปลี่ยนไปในระบบเศรษฐกิจจะต้องเปลี่ยนไปมาก เราคงต้องคิดหนักว่าจะทำธุรกิจหรือค้าขายกันอย่างไร ช่องทางดิจิทัลจะเป็นช่องทางที่ใช้งานได้มากกว่าปกติ การประชุมทางไกล จะเป็นสิ่งที่ต้องเพิ่มและมีมากกว่าปกติ ที่จะติดต่อประชุมร่มกันได้ ในส่วนของภาครัฐต้องปรับระบบการทำงานให้มากขึ้นจากปีที่แล้ว โดยดิจิทัลจะเป็นส่วนที่เสริมได้มากขึ้น ทั้งการลงทุนในคลาวด์คอมพิวติ้ง ที่น่าจะมีการลงทุนมากขึ้น หากลงทุนซื้อคลาวด์ส่วนกลาง จะช่วยลดงบประมาณได้มาก รวมถึงจะมีการใช้งานบิ๊กดาต้ามากขึ้นเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของประชาชน ดีจีเองมีภารกิจช่วยเชื่อมโยงภาครัฐให้ทำงานอย่างไร้รอยต่อ ลดกระดาษ ศูนย์ฯที่จะเกิดขึ้นที่นี่น่าจะทำให้เกิดการประสานความร่วมมือนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเสริมการทำงานภาครัฐ รองรับความต้องการของสังคม และภาคประชาชนได้เป็นอย่างดี
นายสุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (ดีจีเอ) กล่าวว่า สำนักงานรัฐบาลดิจิทัลมีพันธกิจในการสร้างบริการดิจิทัลให้กับประชาชน การจะบริหารงานและการจัดทำบริการสาธารณะในรูปแบบและช่องทางดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีการบริหารจัดการและการบูรณาการข้อมูลภาครัฐและการทำงานให้มีความสอดคล้องเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างมั่นคงปลอดภัย และมีธรรมาภิบาล สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จึงได้จัดโครงการ“ศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลภาครัฐ”หรือ “Digital Government Technology & Innovation Center : DGTi” เพื่อเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลภาครัฐไทยแบบครบวงจร เพื่อผลักดันและสนับสนุนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล สร้างให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การค้นคว้าและการวิจัยองค์ความรู้ในการพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเพิ่มประสิทธิภาพ ขีดความสามารถในการให้บริการของภาครัฐไทยสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ดีจีเอ ได้เข้ามามีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลสู่ความเป็นรัฐบาลดิจิทัลของไทย โดยดีจีเอ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนา บริหารจัดการ และให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการให้บริการหรือแอปพลิเคชันพื้นฐานแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานอื่นเกี่ยวกับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล DGA ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพในพื้นที่ของ EEC ที่มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน จึงได้ริเริ่มดำเนินการโครงการ “Digital Government Technology & Innovation Center” หรือ “ศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลภาครัฐ”
สำหรับเป้าหมายของศูนย์ฯ ที่อยากเห็นคือการยกระดับทักษะ การแก้ไขปัญหาภาครัฐผ่านพันธมิตร เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัล โดยจะนำคำตอบที่ได้จากการศึกษาไปขยายผลในพื้นที่ทั่วประเทศ พันธมิตรของศูนย์ฯ ทั้งสตาร์ทอัพที่พร้อมให้การสนับสนุน เพื่อแก้ไขโจทย์ภาครัฐ ขณะเดียวกันสามารถนำไปใช้ประโยชน์ หน่วยงานที่เราร่วมมือแล้ว คือ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจดิจทัล กระทรวงดิจิทัลฯ NIA ภาคเอกชน (ไอดีซี หัวเว่ย อามาซอนคลาวด์เซอร์วิส) โดยมีเป้าหมายที่จะให้เกิดมูลค่าในการใช้งานเทคโนโลยี 10,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ดีจีเอ ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐมีนวัตกรรมและบริการใหม่ที่จะเกิดประโยชน์และแก้ไปัญหากับประชาชน ท้ายที่สุดคือการแบ่งปันองค์ความรู้สู่หน่วยงานภาครัฐ จากนี้ไปเราจะมีผลงานออกมาให้ดูในแต่ละเดือน และขยายการเปิดศูนย์ไปทั่วประเทศโดยร่วมกับสถาบันการศึกษา เช่น ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยของแก่น ฯลฯ ดีจีเอต้องการสร้างแพลตฟอร์มให้หน่วยงานภาครัฐเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะไปแก้ไขปัญหาประชาชนได้ เราเชื่อว่าด้วยวิธีการทำงานใหม่จะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้
"ความร่วมมือกับ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ก็เพื่อสนับสนุน และผลักดันให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลอย่างเป็นระบบ เป็นแหล่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะดึงดูดให้เกิดความร่วมมือทั้งจากมหาวิทยาลัย เอกชน วิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) และประชาชน มาร่วมคิดออกแบบสร้างสรรค์ ค้นหาแนวทางปรับปรุงระบบบริหารจัดการ การบริการภาครัฐแบบใหม่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ให้ภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงประเมินผลโครงการ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัย โดยเน้นการหารือกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป้าหมายบรรลุผล ทั้งนี้ข้อมูลการให้บริการจะถูกจัดเก็บเพื่อนำมาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ (Open Data) ให้กับวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) เพื่อนำไปต่อยอดนวัตกรรมในการพัฒนาบริการภาครัฐต่อไป คาดว่าจะเริ่มเห็นผลดำเนินการโครงการอย่างเป็นรูปธรรมได้ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2563 นี้ ในการพัฒนาโครงการความร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรมภาครัฐในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกไปสู่ต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่อื่น ๆ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ความเป็นรัฐบาลดิจิทัลในปี 2564 – 2565 เป็นต้นไป"
ด้านนายศรปราชญ์ ธไนศวรรยางกูร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า GovTech หรือ Government Technology” คือการให้บริการจากภาครัฐโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวเชื่อมโยงและอำนวยความสะดวกในการทำงานและการบริการประชาชนแทนการติดต่อและเข้าถึงภาครัฐแบบเดิม เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านบริการสาธารณะที่ดีเยี่ยมแก่ประชาชน ดังนั้น GovTech ครอบคลุมการใช้เทคโนโลยีทางดิจิทัลขั้นสูงในบริการสาธารณะของภาครัฐผ่านออนไลน์ บริการด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา บริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง บริการการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือการทำให้ลดขั้นตอนการบริหารราชการภาครัฐ ผลคือการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการต่าง ๆ ของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน สะดวกความปลอดภัย และตอบสนองต่อความต้องการของภาคประชาชนได้ดีขึ้น ทำให้รัฐบาลก้าวสู่ความเป็นรัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
"การขับเคลื่อน GovTech ต้องอาศัยพันธมิตรจากองค์กรโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการศึกษา และมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างคน สร้างองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานะหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ จึงมีความยินดีและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนสำคัญ ในการขับเคลื่อน GovTech ในครั้งนี้ โดยเป็นสถานที่ตั้งของ GovTech Center ในใจกลาง EEC มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พร้อมร่วมขับเคลื่อน Govtech Thai โดยสามารถ ร่วมคิดค้นออกแบบสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านระบบบริหารจัดการและการออกแบบบริการดิจิทัล เพื่อผลักดันการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลในภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ด้วยพร้อมด้านเทคโนโลยี ความรู้ และกำลังคนในการส่งเสริม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยินดีสนับสนุนให้ เกิดผลงานนวัตกรรมด้านรัฐบาลดิจิทัล ให้มีจำนวนเพียงพอต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับกระบวนการทำงานของภาครัฐ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นรัฐบาลดิจิทัล ตามแผนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ในระยะเวลา 20 ปี ตรงตามวัตถุประสงค์ ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลได้ขับเคลื่อนโครงการ Govtech Innovation Center นี้ จะทำให้คนไทยทุกคนได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น การที่มีภาครัฐเป็นเจ้าภาพที่สำคัญมาเป็นแกนนำขับคลื่อน GovTech และสร้างพันธมิตรระหว่าง ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชนและภาคการศึกษา จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ราบรื่น ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและ เกิดรัฐบาลดิจิทัลที่รวดเร็วด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ใหม่ไปตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน"