"ดีอีเอส"จับมือพันธมิตรเปิดตัวแอปฯ"#ThaiFightCOVID - SydeKick for ThaiFightCOVID" รับมือไวรัสโควิด-19
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานทุกแห่งในประเทศไทยจะนำแอปพลิเคชัน “AOT Airports” มาใช้เก็บข้อมูลเพื่อติดตามนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย รวมถึงชาวไทยที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ราย ประกอบด้วย บมจ.กสท โทรคมนาคม บมจ.ทีโอที บ.แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค บ.ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น และ บ.ดีแทค ไตรเน็ต
นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ผู้โดยสารที่เป็นลูกค้าของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เปิดโรมมิ่งไว้แล้วสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทันที ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่มีซิมการ์ดสามารถซื้อซิมการ์ดจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่วางจำหน่ายบริเวณจุดวัดอุณหภูมิในราคา 49 บาท ซึ่งสามารถใช้ได้ 14 วัน จากนั้นทุกคนจะต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลลงในแอปพลิเคชัน โดยด่านตรวจคนเข้าเมืองจะตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลว่าครบถ้วนหรือไม่ก่อนอนุญาตให้ผ่านด่านตรวจฯ
"ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บรวบรวมไว้ที่ กรมควบคุมโรค เพื่อใช้ในการติดตามและสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อ COVID-19 หากพบว่ามีการติดเชื้อภายหลังผ่านเข้าประเทศแล้ว กรมควบคุมโรค จะแจ้งให้ กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้รับทราบ ก่อนติดตามพิกัดที่อยู่ของผู้ป่วยและผู้ที่เดินทางร่วมกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว พร้อมยืนยันว่า ข้อมูลต่าง ๆ จะถูกลบออกจากระบบภายใน 14 วัน ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าสู่ราชอาณาจักรไทยจะต้องให้ความร่วมมือ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ขณะเดียวกัน มาตรการดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น พร้อมลดความตระหนกให้กับพี่น้องประชาชนท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ขณะนี้"
นายพุทธิพงษ์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลยกเลิกศูนย์กักกันเพื่อควบคุมโรค และผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงต้องกลับไปกักตัวที่บ้านหรือภูมิลำเนาว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ร่วมมือกับดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ในชื่อ อาร์ติคูลัส ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน “SydeKick for ThaiFightCOVID” สำหรับติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่ต้องกลับไปกักตัวที่ภูมิลำเนา โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะมีคิวอาร์โค้ดศูนย์กลาง และคิวอาร์โค้ดสำหรับ 50 เขต และ 76 จังหวัดทั่วประเทศให้ดาวน์โหลด
ทั้งนี้ทุกคนต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าว เพื่อแสดงตัวตนที่อยู่ตามภูมิลำเนาของตัวเองก่อนออกจากศูนย์กักกันฯ เพื่อคอยตรวจสอบพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของกลุ่มเสี่ยงว่า มีความรับผิดชอบต่อสังคม และกักตัวเองอยู่ที่บ้านตามระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่ โดยแอปพลิเคชันจะทำงานควบคู่กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดที่จะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และหากพบผู้ใดฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
"แอปพลิเคชัน SydeKick for ThaiFightCOVID เป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการช่วยติดตามกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องกักตัวเองอยู่ในบ้าน ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยสตาร์ทอัพสัญชาติไทย โดยนำแนวคิดการดูแลความปลอดภัยของคนในครอบครัวมาปรับใช้ในการเฝ้าระวังและติดตามผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ ซึ่งข้อมูลของผู้ใช้แอปพลิเคชันจะถูกเก็บเป็นความลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคลายความกังวลให้กับสังคมไทย"
นอกจากนี้กระทรวงดิจิทัลฯยังได้หารือความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย ที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจาก ดีป้า เพื่อหาบริการดิจิทัลให้แก่ประชาชน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเชื้อ COVID-19 และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข