“SECURE” ผู้นำความปลอดภัยไซเบอร์ หุ้นเมกะเทรนด์ยุคดิจิทัล

เทคโนโลยี-ไอที29 มิ.ย. 2564 • 08:00 น.
“SECURE” ผู้นำความปลอดภัยไซเบอร์ หุ้นเมกะเทรนด์ยุคดิจิทัล
ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก เป็นแรงกดดันให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่ (New Normal) เทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เห็นได้จากการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ การทำงานที่บ้าน (Work From Home) ผู้บริโภคหันมาใช้บริการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในรูปแบบออนไลน์มากขึ้น ขณะที่บริการทางการเงินในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงิน ผ่านบัตรเครดิต การลงทุน การระดมทุน ธุรกิจประกัน การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของภาครัฐ หรือข้อมูลขององค์กรชั้นนำภาคเอกชน ล้วนแล้วแต่พึ่งพิง “เทคโนโลยีดิจิทัล” แทบทั้งสิ้น ความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security) ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน เพราะเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเงิน โดยเฉพาะในยุคที่การโจมตีทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น จนกลายเป็นภัยคุกคามต่อการทำธุรกิจ จากการเรียก”ค่าไถ่” หลังโจรกรรมข้อมูล บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด (มหาชน) (SECURE) ถือเป็นหุ้น “เมกะเทรนด์ยุคดิจัล" ที่เข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องนี้ ในฐานะตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cyber security) และให้บริการที่เกี่ยวข้อง ชั้นนำของเมืองไทย และเตรียมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 SECURE ก่อตั้งในปี 2557 จุดแข็งที่สำคัญคือ เป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ บริษัท พาโล อัลโต เน็ตเวิร์ค อิงค์ (Palo Alto),บริษัท เทรนไมโคร ออสเตรเลีย พีทีวาย (Trendmicro),บริษัท โซลาร์ วินด์ซอฟท์แวร์ ยุโรป (Solarwinds),บริษัท แรดแวร์ (Radware) บริษัท คาร์บอนแบล๊ค อิงค์ (Carbonblack),บริษัท กิ๊กกามอน อิงค์ (Gigamon) และบริษัท เอ๊กตราฮอปป์ เน็ตเวิร์ก อิงค์ ( Extrahop Networks) โดยแต่ละผลิตภัณฑ์ล้วนมีศักยภาพเติบโตสูงสะท้อนจากส่วนแบ่งตลาดสินค้า Cyber Security ทั่วโลกของ Palo Alto, Symantec และ Trend Micro ที่รวมกันสูงราว 16% ในไตรมาส 1/2563 นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ด้าน Cyber Security ที่มีความครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ เนื่องจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นผู้นำด้าน Cyber Securityในหลากหลายด้าน เช่น อุปกรณ์ Firewall อุปกรณ์ป้องกันเครือข่าย (เครื่องมือที่ใช้คัดกรองข้อมูลเข้า-ออก เครื่อง/ระบบ โดยจะถูกกำหนดกฎเกณฑ์ หรือนโยบายในการเข้าและออก), ซอฟท์แวร์ที่ช่วยป้องกัน Malware (โปรแกรมที่ส่งผลให้คอมพิวเตอร์หรือระบบทำงานผิดปกติ) รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทการยืนยันตัวตน (Authentication), การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption),ซอฟท์แวร์หรืออุปกรณ์ที่ช่วยจัดการประสิทธิภาพในการตรวจสอบการทำงานของเครือข่าย “เงินที่ได้จากการขายหุ้นไอพีโอ บริษัทฯเตรียมนำไปใช้สำหรับการต่อยอดธุรกิจบริการซอฟท์แวร์ ภายใต้โมเดลสมาชิก (Subscription Model) เพื่อสร้างรายได้ประจำ โดยมีกิจการร่วมค้าเป็นผู้พัฒนา ภายใต้พันธมิตรที่มีจุดแข็งเรื่องการพัฒนาซอฟท์แวร์ ขณะที่ SECURE มีลูกค้า และทีมสนับสนุน จะเริ่มจากการต่อยอดซอฟท์แวร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิพภาคขององค์กรในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. PDPA ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ส่วนที่เหลือจะใช้สนับสนุนฐานธุรกิจตัวแทนจำหน่ายให้เติบโตไม่ต่ำกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม ผลักดันผลการดำเนินงานในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า เติบโตอย่างก้าวกระโดด”นายนักรบ เนียมนามธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SECURE กล่าว สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2564 (สิ้นสุด 31 มี.ค.2564) มีกำไรสุทธิ 27.78 ล้านบาท เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 4.72 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 488.29% มีรายได้รวม 282.52 ล้านบาท เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 192.92 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 46.44% SECURE เป็นหุ้น “น้องใหม่ป้ายแดง” ที่มาพร้อมกับความครบเครื่องเรื่อง “ความปลอดภัยไซเบอร์” อยู่ในเมกะเทรนด์ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต