“MTC” เปิดวิสัยทัศน์ก้าวสู่ธุรกิจแสนล้านในปี 65 ตอกย้ำผู้นำเบอร์หนึ่งธุรกิจ Non-Bank

เทคโนโลยี-ไอที12 ม.ค. 2565 • 10:45 น.
“MTC” เปิดวิสัยทัศน์ก้าวสู่ธุรกิจแสนล้านในปี 65 ตอกย้ำผู้นำเบอร์หนึ่งธุรกิจ Non-Bank
บิ๊กบอส MTC “ชูชาติ เพ็ชรอำไพ” เปิดวิสัยทัศน์ก้าวสู่ธุรกิจ 100,000 ล้านบาท ภายในปี 65 พร้อมลุยปล่อยกู้สินเชื่อทะเบียนรถ-นาโนไฟแนนซ์-สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อที่ดิน พร้อมโปรดักส์ใหม่สินเชื่อเงินผ่อนครบวงจร “ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง” ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งธุรกิจ Non-Bank ของเมืองไทย นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศมั่นใจถือหุ้นลงทุนยาว วางเป้าภายในปี 69 ธุรกิจโตติดปีก ยอดปล่อยกู้ทะลุ 200,000 ล้านบาท คุมเอ็นพีแอลไม่เกิน 2% ต่อปี นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC)เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหาร เรื่องการวางแผนธุรกิจในปี 2565 โดยเริ่มจากภาพรวมย้อนหลังเมื่อ 8 ปีก่อนเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ จากยอดสินเชื่อคงค้าง จำนวน 7,447 ล้านบาท ปัจจุบัน 90,000 ล้านบาท,กำไร 544 ล้านบาท ปัจจุบันยอด(ประมาณการ) 5,000 ล้านบาท,จำนวนสาขา 506 สาขา ปัจจุบัน 5,800 สาขา,จำนวนพนักงาน 1,690 คน ปัจจุบัน 11,400 คน หรือคิดเป็นยอดเติบโตเฉลี่ย 1,000% ภายใน 8 ปี หรือเท่ากับเติบโต 125% ต่อปี จนปัจจุบันบริษัทฯได้เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในธุรกิจ Non-Bank โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาด 45% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯใช้เวลา 8 ปีจนก้าวข้ามมาเป็นผู้นำอันอับ 1 อย่างชัดเจนในอุตสาหกรรมนี้ สำหรับความยั่งยืนขององค์กรดูได้จากผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรก นอกจาก “กลุ่มเพ็ชรอำไพ” แล้วผู้ถือหุ้นใหญ่จะเป็นกองทุนทั้งต่างประเทศและกองทุนภายในประเทศที่ให้ความสนใจมาถือหุ้นของบริษัทฯ เป็นจำนวนมาก โดยมีกองทุนต่างชาติมาถือหุ้นประมาณ 15%, กองทุนไทยถืออยู่ 10% ที่เหลือเป็นนักลงทุนรายย่อยประมาณ 8% แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของกองทุนทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจลงทุนในหุ้นของบริษัทเป็นจำนวนมาก ลงทุนเป็นระยะเวลานานและมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นตลอดทุกปี ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานในอนาคต นอกจากธุรกิจหลักของ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ที่เน้นเรื่องสินเชื่อทะเบียนรถ, สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ,สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อที่ดินแล้ว ในปี 2565 บริษัทได้เร่งทำการตลาดเพิ่มอีก 2 ธุรกิจคือ บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัดที่ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นตามลำดับ คาดหวังว่าในปี 2565 จะมียอดสินเชื่อประมาณ 6,000 ล้านบาท และบริษัท เมืองไทย เพย์ เลเทอร์ จำกัด ที่ให้บริการซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง กับกลุ่มลูกค้าเดิม และหาลูกค้าใหม่มาเพิ่มเติม โดยการเสนอสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า,คอมพิวเตอร์,เครื่องใช้และของใช้ในบ้าน ตามนโยบาย ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง ซึ่งทั้ง 2 บริษัทถือหุ้นโดยเมืองไทย แคปปิตอล เกือบ 100% โดยแผนงานในปี 2565 บริษัทตั้งเป้าเติบโตสู่ธุรกิจ 100,000 ล้านบาท โดยมีธุรกิจหลักคือ เมืองไทย แคปปิตอล และธุรกิจที่ตั้งขึ้นใหม่คือ เมืองไทย ลิสซิ่ง และเมืองไทย เพย์ เลเทอร์ เป็นธุรกิจที่จะเข้ามาสนับสนุนการทำธุรกิจในอนาคต มีการวางแผนการทำตลาดทั้งลูกค้าเดิมที่มีประวัติการชำระหนี้ดีและการเข้าหาลูกค้าใหม่ที่มีความต้องการใช้บริการผ่านการดำเนินงานของสาขาที่มีบริการมากกว่า 5,800 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงการเปิดสาขาใหม่กว่า 600 สาขาต่อปี ประธานกรรมการบริหาร MTC กล่าวอีกว่า บริษัทฯวางแผนการเติบโตในอีก 4 ปี ข้างหน้าคือปี 2569 เพื่อก้าวสู่ธุรกิจปล่อยสินเชื่อได้ถึง 200,000 ล้านบาท ซึ่งการจะก้าวสู่เป้าหมายดังกล่าวนี้ บริษัทฯจะต้องเน้นในเรื่องบริษัทต้องเติบโต 20-25% ต่อปีตลอด 4 ปี รวมทั้งควบคุมหนี้เสียไม่เกิน 2% และลดดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งเงื่อนไขในการบริการไม่เอาเปรียบลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน โดยให้พนักงานรับผิดชอบการปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพของสาขา โดยการเปิดสาขา เน้นจุดที่มีชุมชน และมีลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมากเพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าและลดข้อร้องเรียน “แผนงานดังกล่าวจะเริ่มต้นในเดือนมกราคม 2565 และวัดผลงานทุกไตรมาส ซึ่งที่ประชุมผู้บริหารมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวสู่ธุรกิจ 100,000 ล้านได้อย่างแน่นอนรวมทั้งสามารถดำรงความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งและรักษาการเติบโต 30% ได้อย่างแน่นอน”