คาด "เอไอเอส" เดินตามไทม์ไลน์ 10 เดือน เหมือนเคสก่อนหน้า รอตั้งคณะอนุฯ ตามเกณฑ์ กสทช.

เทคโนโลยี-ไอที11 พ.ค. 2566 • 13:34 น.
คาด "เอไอเอส" เดินตามไทม์ไลน์ 10 เดือน เหมือนเคสก่อนหน้า รอตั้งคณะอนุฯ ตามเกณฑ์ กสทช.

ดีล AIS ซื้อ 3BB กำลังเป็นที่จับตามองจากทุกภาคส่วน โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามที่กำหนดไว้ในประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม ซึ่งล่าสุดศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ด กสทช. ระบุว่าการพิจารณาของกสทช. ต้องยึดบรรทัดฐานเดียวกับดีลควบกิจการทรู-ดีแทค จะไม่ประวิงเวลา แต่บอกไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อไร ขณะเดียวกันหลายฝ่ายหวั่นองค์กรผู้บริโภคเพิกเฉย
 
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) และอดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จุดยืนส่วนตัวและองค์กรผู้บริโภคไม่เห็นด้วยกับการควบรวมอยู่แล้ว เพราะจะทำให้ตัวเลือกมีน้อยลง แต่ประเด็นปัญหาคือ กสทช. ไฟเขียวให้การควบรวมไม่เป็นอำนาจของกสทช. เมื่อกรณีที่ผ่านมาควบรวมได้ กรณีนี้ก็ต้องควบรวมได้ ในฐานะองค์ผู้บริโภคถ้ากสทช. วางบรรทัดฐานเอาไว้แล้ว กระบวนการฟ้องทางศาลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแนวทางลงมติของกสทช. ว่าไม่มีอำนาจที่จะพิจารณา เป็นแค่การรับทราบ ต่อให้เราไม่เห็นด้วย เขาก็ทำได้ ผู้บริโภคจะทำอย่างไรต่อไป เมื่อผู้กำกับดูแลไม่ทำงาน อันนี้เป็นโจทย์ของเรา เรากังวลว่าจะมีหลายเคสที่จะควบรวมตามมาอีก ผลกระทบจะเกิดกับผู้บริโภคแน่นอน


  
“ผู้บริโภคอยู่ในสภาวะที่พ่ายแพ้ เพราะเราแพ้ตั้งแต่ด่านแรก ที่กสทช. บอกว่าไม่มีอำนาจ ฉะนั้นจึงไม่รู้จะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อ ตอนนี้ความหวังของเราอยู่ที่หลัง 14 พ.ค. ถ้าการเลือกตั้งสร้างโมเมนตัมใหม่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีการแก้กฎหมายเกี่ยวกับกสทช. จะเป็นโอกาสให้ผู้บริโภคได้เคลื่อนไหวสู้เรื่องการผูกขาดได้ สถานการณ์ก่อนเลือกตั้งเคลื่อนไหวอะไรไปก็แป๊ก เพราะกสทช. ยืนยันไม่มีอำนาจ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำให้มีการตรวจสอบ กดดันที่จะทำให้กสทช. กลับมาใช้อำนาจของตัวเอง เราจะเคลื่อนไหวต่อว่าเราไม่เห็นด้วยกับการควบรวมทุกกรณี รวมทั้ง 3BB กับ AIS”
 
ส่วนการควบรวม AIS-3BB จะเป็นการรวมแบบมีเงื่อนไขหรือไม่ น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ก็น่าจะเป็นการรวมแบบมีเงื่อนไข


ดร.เจษฎา ศิวรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจดิจิทัล แสดงความเห็นว่า ส่วนตัวมองที่ผลกระทบกับผู้บริโภคว่า จะมีตัวเลือกน้อยลงหรือไม่ ทำอย่างไรให้การแข่งขันในตลาดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันว่าจะต้องมีการแจ้งเตือนผู้บริโภคก่อน
 
อีกทั้งกรณี AIS กับ 3BB โครงสร้างพื้นฐานไม่เหมือนกัน เพราะไม่ใช่คลื่นความถี่ นอกจากการรวมกันจะยิ่งเกิดการแชริ่งเสา สาย โดยอัตโนมัติ ส่วนอินฟาสตรัคเจอร์แชริ่ง เช่น ถ้ารายใหม่จะมาขอเช่าโครงข่ายของ AIS กับ 3BB เพื่อไปให้บริการแข่งขัน ก็ต้องให้ เพื่อให้เกิดการดำรงการแข่งขันอยู่


 
“กรณีการรวมกิจการ AIS-3BB เห็นว่าควรเป็นการควบรวมแบบมีเงื่อนไข หากไม่บังคับให้แชริ่ง เขาก็ไม่ยอมแชร์ ขณะเดียวกันการรวมสองแบรนด์ดังกล่าวย่อมทำให้มีอำนาจเหนือตลาด ถ้ากสทช. ใช้หลักแนวคิดเดียวกันเหมือนทรู–ดีแทค ก็ต้องกำหนดเงื่อนไขผู้ให้บริการที่ไม่มีโครงข่ายสามารถเช่าใช้โครงข่ายร่วมกับเขาได้ และมองว่ากรณีนี้จะไม่มีประเด็นให้ผู้บริโภคออกมาเคลื่อนไหวมากนัก เพราะผู้ใช้บริการน้อยกว่า”
นอกจากนี้ แหล่งข่าวระบุว่า ดีล AIS ซื้อ 3BB กสทช. มีกระบวนการที่ต้องนำมาประกอบการพิจารณาหลายขั้นตอน เช่น
 
1. การตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษา และวิเคราะห์การซื้อกิจการ
2. การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในวงจำกัด (Focus Group)
3. การแต่งตั้งที่ปรึกษาอิสระ (ทั้งในและต่างประเทศ) เพื่อจัดทำความเห็นประกอบการรายงานการซื้อกิจการ
4. กระบวนการอื่น ๆ ตามที่ กสทช. เห็นสมควร เช่น การตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันผลการทบจากการซื้อกิจการ
 
ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้แสดงความเห็นบนเพจ Pita Limjaroenrat-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เกี่ยวกับดีล AIS ซื้อกิจการ 3BB โดยระบุว่าการควบรวมครั้งใหม่นี้จะส่งผลต่อค่าอินเทอร์เน็ตบ้าน อธิบายง่าย ๆ ก็คือการที่บริษัท AIS ที่ขาหนึ่งทำธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน จะเข้าซื้อบริษัท 3BB ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านอีกราย ทำให้ AIS จะกลายเป็นบริษัทที่ครอบครองส่วนแบ่งตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ จนอาจมีอำนาจเหนือตลาด ซึ่งในระยะยาวจะลดการแข่งขันลงและทำให้ค่าเน็ตบ้านที่ประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้น ในขณะนี้ตลาดของอินเทอร์เน็ตบ้านมีผู้แข่งขันอยู่ 4 ราย ได้แก่ TRUE ครอบครองส่วนแบ่งตลาด 36%, 3BB ครองส่วนแบ่งตลาด 28%, NT (TOT เดิม) ครองส่วนแบ่งตลาด 20% และ AIS ครองส่วนแบ่งตลาด 13% การที่ AIS จะเข้าซื้อ 3BB จะทำให้ AIS+3BB ครองส่วนแบ่งตลาด 41% มากเป็นอันดับหนึ่ง แทนที่ TRUE


 
หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวอีกว่า เราคงต้องจับตากันว่า กรณีนี้ กสทช. จะมีมติออกมาเร็ว ๆ นี้หรือไม่ สำหรับพรรคก้าวไกลนั้นยืนยันว่า โอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต โอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายมือถือที่คุณภาพดีและราคาสมเหตุสมผล คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม การปล่อยให้ธุรกิจโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเหล่านี้มีแนวโน้มกระจุกตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเป็นผลเสียกับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชน และเป็นผลเสียกับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หวังอย่างยิ่งว่า กสทช. จะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ให้ประชาชนกังขา