TEGH ผู้ผลิตยางพารา-ปาล์มรายใหญ่ ลุยขยายกำลังผลิตรับกระแสรถยนต์ EV

เทคโนโลยี-ไอที27 ก.ย. 2565 • 05:35 น.
TEGH ผู้ผลิตยางพารา-ปาล์มรายใหญ่ ลุยขยายกำลังผลิตรับกระแสรถยนต์ EV

บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TEGH) ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่ (1) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ (2) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และ (3) ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ เตรียมเข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 30 กันยายน 2565 นี้ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า "TEGH" ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดธุรกิจการเกษตร หลังเปิดขายไอพีโอจำนวน 270 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาท ในราคาหุ้นละ  4.80 บาท ระหว่างวันที่ 21-23 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปอย่างดีเยี่ยม ในฐานะหุ้น Sustainable Growth ที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน รับกระแสเมกะเทรนด์ หลังทั่วโลกส่งเสริมการใช้รถยนต์ EV ขับเคลื่อนรถยนต์ทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

โดยปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีฐานลูกค้ายักษ์ใหญ่ในธุรกิจผลิตล้อยางชั้นนำดับโลก อาทิ  Michelin, Bridgestone, Goodyear, Sumitomo, Pirelli,  Apollo และ Yokohama เป็นต้น ทำให้เห็นโอกาสการเติบโตในระยะยาว จากเทรนด์รถ EV ที่กำลังมา แน่นอนว่า ย่อมส่งผลดีกับดีมานด์ยางรถยนต์ที่มีโอกาสเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการเติบโตของรถยนต์ EV ในอนาคต

จากข้อมูลขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่า ด้วยนโยบายสนับสนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากรัฐบาลต่างๆ จะส่งผลให้จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกมีการเติบโตจาก 11 ล้านคัน ในปี 2563 เป็น 145 ล้านคัน ในปี 2573 หรือคิดเป็นอัตราเติบโต 30% ต่อปี ซึ่งจะทำให้ความต้องการยางล้อรถยนต์เพิ่มสูงขึ้น

“แผนการดำเนินงานในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2565-2569) กลุ่มบริษัทฯตั้งเป้ารายได้แตะที่ระดับ 22,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเทียบปี 2564 ที่มีรายได้รวม 11,087.8 ล้านบาท ผ่านการขยายกำลังการผลิตของทั้งธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ 2. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และ 3. ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ ผ่านการดำเนินงานของบริษัทย่อย จำนวน 11 บริษัท และการร่วมค้า จำนวน 1 บริษัท”นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TEGH)

ทั้งนี้ การขยายกำลังการผลิตถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการผลักดันรายได้ของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อรองรับแนวโน้มความต้องการยางแท่งที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ EV ที่ถือเป็นเมกะเทรนด์ เนื่องจากรัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นในทวีปยุโรปและอเมริกา เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป เป็นต้น โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

นางสาวสินีนุช กล่าวว่า กลุ่มบริษัทฯมีศักยภาพการเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากมีแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการผลิตยางแท่ง Premium Quality ของประเทศ เพื่อสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) และความได้เปรียบด้านต้นทุน

โดยกลุ่มบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตยางแท่งเพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตสูงสุดที่ประมาณ 285,649 ตันต่อปีในปี 2564 เป็น 416,494 ตันต่อปี ภายในปี 2567 เพื่อรองรับแนวโน้มความต้องการยางแท่งที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต

ส่วนผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 2565 มีรายได้รวม 7,536.8  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.5% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 5,214.6 ล้านบาท จากการขยายกำลังการผลิตยาง และมีกำไรสุทธิ 367.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  42.27% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 258.15 ล้านบาท

ทั้งนี้จุดเด่นที่สำคัญอีกประกาศหนึ่งที่ทำให้ กลุ่มบริษัทมีความได้เปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ในภาคตะวันออก ถือว่าเป็นโลจิสติกส์ที่เข้าถึงด้วยระยะทางที่เหมาะสมในการขนส่งวัตถุดิบ และมีสาขาของบริษัทที่กระจายไปอยู่ในทุกภูมิภาค ในขณะเดียวกันยังมีพันธมิตรกระจายไปในภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ ส่งผลให้มีแหล่งวัตถุดิบที่ครอบคลุมทั้งประเทศไทย ซึ่งสามารถรองรับการผลิตได้ทั้งปี

โดยหลังการเข้าระดมทุนาและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเสริมเขี้ยวเล็บ เพิ่มโอกาสการเติบโตให้กับกลุ่มบริษัท รวมไปถึงโอกาสในการจับมือกับพันธมิตร เพื่อขยายธุรกิจ ปูทางสู่การก้าวขึ้นสู่ Top 5 ของผู้ผลิตยางแท่งในประเทศไทย ในอนาคต