กลต.ชี้ชัด "ดีลทรู-ดีแทค" ตั้งโต๊ะซื้อขายหุ้น ต้องรอผลพิจารณาจากกสทช. เท่านั้น

เทคโนโลยี-ไอที3 ส.ค. 2565 • 17:15 น.
กลต.ชี้ชัด "ดีลทรู-ดีแทค" ตั้งโต๊ะซื้อขายหุ้น ต้องรอผลพิจารณาจากกสทช. เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2565 ถึงนายประสาน จ่างูเหลือม ประธานกลุ่มเครือข่ายแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (เอ็นที) ระบุว่า ตามที่ประธานฯสหภาพเอ็นที มีหนังสือเลขที่ 01/2565 ลงวันที่25 กรกฎาคม 2565 แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. สั่งการให้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) TRUE และบริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ดำเนินการให้บริษัท ชิทริน เวนเจอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด และ Citrine Investment SG Pte Ltd (ผู้รับซื้อหุ้น) เลื่อนการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านออกไป จนกว่าผลการพิจารณาควบรวมของ TRUE และ DTAC ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ) มีข้อยุติ และแนวทางการดำเนินธุรกิจต่อไปของบริษัทใหม่

ล่าสุดสำนักงาน ก.ล.ต. รับทราบประเด็นดังกล่าวและมีหนังสือตอบกลับตามที่ประธานสหภาพฯเอ็นที แจ้ง และขอเรียนว่าการดำเนินการต่าง ๆกรณีการควบรวมกิจการระหว่าง TRUE และ DTAC ซึ่งรวมถึงการรับซื้อหุ้นของ TRUE และ DTACจากผู้ถือหุ้นนั้น ต้องรอผลการพิจารณาที่ชัดเจนจาก กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลหลักในเรื่องนี้ก่อน

เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 65 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง TRUE และ DTAC เผยถึงรายละเอียดกระบวนการรับซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านการควบรวมบริษัทในช่วง ต้นเดือนสิงหาคม 65 ทั้งยังกล่าวยืนยันว่า กสทช. ไม่มีอำนาจพิจารณาที่จะไม่อนุมัติได้ โดยบริษัททั้งสองสามารถที่จะควบรวมได้เลยแค่รอเงื่อนไขที่ กสทช. อาจจะกำหนด เป็นเหตุให้ เครือข่ายแรงงานรัฐวิสาหกิจ เอ็นที เดินหน้ายื่นหนังสือถึง ก.ล.ต. ขอให้พิจารณาและสั่งเลื่อนการรับซื้อหุ้นคืนของบริษัททรูและบริษัทดีแทคออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่า กสทช จะมีมติตัดสินควบรวมออกมา

ทั้งนี้เครือข่ายสหภาพฯเอ็นที มองว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่เป็นไปตามคำสั่งศาลปกครองกลางที่ระบุว่า กสทช. มีอำนาจเป็นที่สิ้นสุดในการพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติในดีลนี้ อันจะเป็นการทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยตกอยู่ในความเสี่ยงอาจจะตัดสินใจผิดพลาด โดยเฉพาะเอ็นทีเองที่เป็นผู้ถือหุ้นในดีแทคก็มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อบริษัทนับร้อยล้านบาทเช่นกัน