นายกฯเชื่อมั่นพลังคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ"ยุวชนอาสา"ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ
วันนี้(16 ธันวาคม 2562) ที่ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และ นวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง อว. ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมโครงการยุวชนอาสา ร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเลือกจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดนำร่องโครงการเนื่องจากเป็นจังหวัดที่ติดอันดับความยากจน 1 ใน 10 ของประเทศ พร้อมพบปะนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 9 มหาวิทยาลัย
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อว. เผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เริ่มโครงการยุวชนอาสา และเชื่อมั่นในพลังนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ ที่จะตอบโจทย์ประเทศโดยที่ไม่จำเป็นต้องจบการศึกษา เป็นการเอาพลัง และศักยภาพของนักศึกษามีพลังอย่างมากมาใช้ในการพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลมีหน้าที่เปิดโอกาสให้ได้แสดงในสิ่งต่างๆเหล่านี้ และมองว่าถ้าทำดีๆพลังนักศึกษาเหล่านี้ จะสามารถทำประโยชน์เพื่อประชาชนได้
นายสุวิทย์ กล่าวว่า ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมหาวิทยาลัยในพื้นที่จึงจะเป็นส่วนสำคัญ โดยเฉพาะถ้าตั้งโจทย์ถูก และองค์ความรู้มันตอบโจทย์พื้นที่จริงๆ เรามีเครือข่ายมหาลัยทั่วประเทศ เราไม่ได้ทำเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง มันอาจจะมีความหลากหลายของโจทย์ แต่ในที่สุดแล้วแต่ละมหาลัยโดยเฉพาะนักศึกษาในหลักสูตร จะได้มาแชร์องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ บทเรียน ทำไมถึงสำเร็จหรือล้มเหลว ก็จะได้เอามาแชร์ความรู้กันรวมพลังกันข้ามศาสตร์หลายๆคณะ หลายมหาวิทยาลัย ผนึกกำลังเป็นจตุภาคี เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างแท้จริง และจะนำนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเข้าพบนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 มกราคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล
"โครงการยุวชนอาสาเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญในการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เปลี่ยนจากการเรียนในห้องเรียนมาเป็นการลงมือทำจริง โดยการนำองค์ความรู้ที่เรียนมาบูรณาการในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยได้เลือกกาฬสินธุ์ถือเป็นจังหวัดนำร่อง ในการดำเนินโครงการนี้ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ติด 1ใน 10 จังหวัดที่ยากจนที่สุดในประเทศ"
ด้าน รศ.จิระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้ให้นักศึกษาและอาจารย์ลงพื้นที่โดยใช้พื้นที่จริงในการเรียน เป็นการปฏิวัติการเรียนการสอนให้ลงมาสัมผัสการทำงานจริง ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตามโครงการยุวชนอาสาในเฟสแรกจากวันนี้เป็นต้นไป โดยให้นักศึกษาและอาจารย์มาอยู่ในพื้นที่จำนวน 1 ภาคการศึกษาและประเมินผลการเรียนการสอนจากการทำงาน ใช้ศาสตร์ทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนพร้อมทั้งมาเรียนรู้กับชาวบ้านด้วย เช่น ปัญหาการเลี้ยงกุ้ง ก็นำนักศึกษาหลากหลายสาขามาช่วยดูเรื่องการเลี้ยง การแก้ไขปัญหาน้ำ การทำการตลาดและการบัญชี เป็นต้น
สำหรับโครงการยุวชนอาสาเป็นโครงการที่ให้นักศึกษาหลากหลายสาขารวมกลุ่มกันเพื่อบูรณาการความรู้ในการแก้ไขปัญหาในชุมชน โดยมีอาจารย์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นที่ปรึกษา โดยให้นักศึกษาลงไปทำงานในพื้นที่จำนวน 1 ภาคการศึกษา และประเมินผลการเรียนการสอนจากการทำงาน โดยมีโครงการที่เข้าร่วมทั้งหมดจำนวน 83 โครงการ นำร่องที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงชุมชนจำนวน 83 ตำบล ใน 15 อำเภอ จากทั้งหมด 18 อำเภอในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีมหาวิทยาลัยจำนวน 9 แห่งเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ , มหาวิทยาลัยขอนแก่น ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ,มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม