สัญญาณรับชมมีปัญหา เร่งปรับอุปกรณ์เครื่องส่งออกอากาศโครงข่ายทีวีดิจิทัล ดีเดย์ก.ย.นี้

เทคโนโลยี-ไอที25 ส.ค. 2563 • 15:13 น.
สัญญาณรับชมมีปัญหา เร่งปรับอุปกรณ์เครื่องส่งออกอากาศโครงข่ายทีวีดิจิทัล ดีเดย์ก.ย.นี้
“ชมรมผู้ให้บริการโครงข่ายฯ” เดินหน้าปรับปรุงโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลเพื่อรองรับการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz ของ กสทช.เริ่มเดือน ก.ย.นี้ พร้อมเปิดคู่สายผู้ให้บริการโครงข่ายเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สอบถาม หากพบปัญหาในการรับชม นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานชมรมผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (MUX) หรือ Digital Television Network Provider Society (DNPS) ซึ่งมีสมาชิกที่เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัล 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก,กรมประชาสัมพันธ์,องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย และ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า ตามที่ กสทช.ได้จัดการประมูลคลื่นความถี่ในย่านต่างๆ รวมถึงคลื่นความถี่ในย่าน 700 MHz ที่ใช้ในกิจการกระจายเสียง เพื่อนำมาใช้ในกิจการโทรคมนาคมในการรองรับเทคโนโลยี 5G เมื่อวันที่ 16 ก.พ.63ส่งผลให้ผู้ให้บริการโครงข่ายต้องดำเนินการปรับปรุงอุปกรณ์เครื่องส่งออกอากาศ โครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล เนื่องจากสัญญาณอาจประสบปัญหา ทั้งนี้จะเริ่มดำเนินการปรับปรุงโครงข่ายฯในพื้นที่ความรับผิดชอบของแต่ละโครงข่ายฯระหว่างเดือนก.ย.63-ก.พ.64 เริ่มพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่แรกซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงเดือน ก.ย.63 จากนั้นจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และบริเวณใกล้เคียงในวันที่ 5 ต.ค.63 ต่อด้วยพื้นที่ภาคเหนือในเดือนต.ค.63 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเดือนพ.ย.63 และพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก ซึ่งคาดว่าจะเริ่มภายในเดือนม.ค.64 และสิ้นสุดในเดือนก.พ.64 โดยในการปรับปรุงโครงข่ายฯ ทางชมรมโครงข่าย กำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเป็นผู้รับรองมาตรฐาน แต่เนื่องจากในขณะนี้ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทต่างประเทศไม่สามารถเดินทางเข้ามาปรับจูนหรือปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องส่งและคอมบายเนอร์ตามแผนที่กำหนดได้ ชมรมผู้ให้บริการโครงข่ายฯ จึงได้หารือร่วมกันและได้ข้อสรุปว่า จะให้เจ้าหน้าที่หรือวิศวกรผู้เชี่ยวชาญภายในประเทศที่ผ่านการฝึกอบรมและมีใบรับรองมาตรฐานสากลดำเนินการปรับปรุงโครงข่ายฯให้แล้วเสร็จ หลังจากนั้นจึงให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาดำเนินการตรวจสอบความเรียบร้อยต่อไป นายเขมทัตต์ กล่าวต่อว่า ภายหลังการปรับเปลี่ยนคลื่นความถี่ในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ตามช่วงเวลาที่ระบุไว้ข้างต้น หากผู้ชมพบว่าไม่สามารถรับชมรายการผ่านสายอากาศแบบก้างปลาได้ตามปกติอาจจะต้องปรับจูนกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (Set Top Box) เพื่อให้สามารถกลับมารับชมดิจิทัลทีวีได้อีกครั้ง โดยในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถปรับจูนสัญญาณได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น.ของวันที่มีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ ส่วนกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถปรับจูนสัญญาณได้ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป สามารถตรวจสอบวันเวลาปรับเปลี่ยนสัญญาณในพื้นที่ พร้อมคู่มือการจูนสัญญาณโดยละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://700.nbtc.go.th หรือหมายเลขโทรศัพท์ Call Center 020-700-700 โดยชมรมผู้ให้บริการโครงข่ายฯ จะเร่งดำเนินการปรับปรุงโครงข่ายฯอย่างเต็มความสามารถให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนได้รับชมช่องรายการด้วยความคมชัด สัญญาณไม่สะดุด ไร้การรบกวนจากคลื่นสัญญาณต่างๆละได้รับชมข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายอย่างมีคุณภาพผ่านดิจิทัลทีวีอย่างต่อเนื่อง สำหรับข้อมูลประกอบพื้นที่ความรับผิดชอบในแต่ละโครงข่ายฯในการแก้ไขปัญหาการรับชม โดยส.ส.ท.(ข้อมูลวันที่ 19 ก.พ.63) 1.กรมประชาสัมพันธ์ พื้นที่รับผิดชอบจำนวน 16 พื้นที่ได้แก่ กาญจนบุรี ชุมพร เชียงราย นครราชสีมา พะเยา ยโสธร ระนอง ราชบุรี ลำปาง สงขลา อำนาจเจริญ พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เพชรบุรี 2.สถานีโทรทัศน์กองทัพบก พื้นที่รับผิดชอบจำนวน 32 พื้นที่ได้แก่ กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ฉะเชิงเทราชลบุรี ชัยภูมิ เชียงใหม่ ตรัง นครพนม นครศรีธรรมราช น่าน บึงกาฬ ปราจีนบุรี พิจิตร แพร่ มุกดาหารร้อยเอ็ด ระยอง ลพบุรี เลย สกลนคร สตูล สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี หนองบัวลำภู อุดรธานี อุทัยธานีอ่างทอง อยุธยา หนองคาย นครนายก ลำพูน 3.บมจ.อสมท พื้นที่รับผิดชอบจำนวน 14 พื้นที่ได้แก่ กระบี่ จันทบุรี ตราด นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ พังงา พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ศรีสะเกษ สุราษฎร์ธานี อุตรดิตถ์ ชัยนาท 4.ส.ส.ท.พื้นที่รับผิดชอบจำนวน 8 พื้นที่ได้แก่ ขอนแก่น ตาก สระแก้ว สุโขทัย สุรินทร์ อุบลราชธานีมหาสารคาม บุรีรัมย์ 5.ทุกโครงข่ายรับผิดชอบร่วมกันจำนวน 7 พื้นที่ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม นครปฐม นนทบุรีปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร