- โฆษณา -

“PRM” ประเมินฟอร์มครึ่งปีแรกปรับตัวทันสถานการณ์ ผลกระทบโควิดน้อย

เทคโนโลยี-ไอที21 ก.ค. 2564 • 11:49 น.
“PRM” ประเมินฟอร์มครึ่งปีแรกปรับตัวทันสถานการณ์ ผลกระทบโควิดน้อย
PRM ประเมินผลงานครึ่งปีแรกเน้นเรื่องปรับพอร์ตธุรกิจรวดเร็วทันสถานการณ์ สะท้อนขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง สามารถปรับตัวได้ทุกสภาวะตลาด จากการที่มีเรือหลากหลายประเภทในกองเรือ แถมรับปัจจัยบวกจากการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับกลุ่มไทยออยล์ หลังเริ่มรับรู้รายได้จากการให้บริการเรือ VLCC แล้ว มั่นใจทั้งปีขยายตัวได้ตามแผน นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“PRM”) ผู้ให้บริการขนส่งและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีเหลวทางเรือรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ต้องเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างไรก็ตามด้วยทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญการดำเนินธุรกิจที่มีมาอย่างยาวนาน รวมถึงกองเรือที่มีความหลากหลาย ทำให้ PRM วางแผนบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็ว สามารถปรับตัวจากผลกระทบของ COVID-19 ได้ทันเวลา ทั้งนี้จากการประเมินผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ในเบื้องต้นคาดว่ารายได้รวมจะเข้าเป้าตามแผนที่วางไว้ ซึ่งมาจากจุดแข็งของ PRM ที่มีพอร์ตกองเรือที่มีความหลากหลายของประเภทเรือ จึงสามารถบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการปรับตัวของกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งภายในประเทศ ที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการรักษาอัตราการใช้เรือให้อยู่ในระดับสูงเพื่อเลี่ยงค่าใช้จ่าย Idle Cost ขณะเรือจอด ขณะเดียวกัน PRM ยังรับรู้รายได้จากกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งระหว่างประเทศที่ให้บริการเรือขนส่งขนาดใหญ่ (VLCC) ขนาดบรรทุกมากกว่า 300,000 DWT ที่เริ่มให้บริการแก่กลุ่มไทยออยล์ ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ PRM ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลดีต่อการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกอีกด้วย ในขณะที่ครึ่งปีหลังยังมองว่ากลุ่มธุรกิจเรือ Offshore Support จะปรับตัวดีขึ้นสอดคล้องกับสถานการณ์ของธุรกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยที่มีกิจกรรมมากขึ้น “แม้ครึ่งปีแรกจะมีความผันผวนและความไม่นอนสูง จากปัจจัยการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดีซึ่งเกิดจากทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจึงสามารถรับมือความเสี่ยงได้ดี โดยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตลาดอย่างทันท่วงที เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตตามแผนงานที่วางไว้”