- โฆษณา -

PCC ผู้นำโซลูชั่นครบวงจร Smart Grid หุ้นเมกะเทรนด์ ชิงเค้ก 2 แสนล้านบาท

เทคโนโลยี-ไอที19 ต.ค. 2565 • 10:32 น.
PCC ผู้นำโซลูชั่นครบวงจร Smart Grid หุ้นเมกะเทรนด์ ชิงเค้ก 2 แสนล้านบาท

บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PCC) หุ้นน้องใหม่ป้ายแดง ผู้นําในธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์มครอบคลุมอุตสาหกรรมสมาร์ทกริดของประเทศไทย ที่เข้าระดมทุนและเตรียมเข้าจดทะเบียนและเทรดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 21 ตุลาคม 2565 ในกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร พลังงานและสาธารณูปโภค

PCC เป็นหุ้นพลังงานที่มีความน่าสนใจในการลงทุน เพราะเป็นหุ้นตัวแรกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และมีความโดดเด่นหลายอย่าง โดยเฉพาะการมุ่งเน้นในด้านระบบส่งและจำหน่าย และ Smart Grid  ซึ่งระบบไฟฟ้าในอนาคตจะเปลี่ยนไปมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น มีรถ EV และ Charging Station เพิ่มขึ้น รวมถึงมีการลงทุน Solar cell จากบ้านเรือนเพิ่มขึ้น ดังนั้นระบบไฟฟ้าจะต้องมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งสนับสนุนให้บริษัทฯมีโอกาสที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

- โฆษณา -

ขณะเดียวกันยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมชิงเค้กประมูลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Smart Grid ของ 3 การไฟฟ้า มูลค่ารวมเกือบ 2 แสนล้านบาท ตามแผน PDP 2018 ในช่วงปี 2561 – 2580 แบ่งเป็น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่า 105,222 ล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่า 82,620 ล้านบาท

โดย PCC ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ประกอบด้วยสายธุรกิจหลัก 3 กลุ่มดังนี้ 1.กลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ในระบบจำหน่ายไฟฟ้า งานบริหารโครงการ งานบริการ งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าทั้งแรงต่ำและแรงสูงขนาดไม่เกิน 115 kv และระบบบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ (Power Distribution & Energy Management System) 2.กลุุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งไฟฟ้าแรงสูง พร้อมผลิตติดตั้งระบบควบคุมสำหรับระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และผลิตมิเตอร์อัจฉริยะ (Intelligent Grid) 3.กลุ่มธุรกิจลงทุนผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และผลิตเชื้อเพลิงจากพืชพลังงาน และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (Renewable Energy)

“PCC ถือเป็นหุ้นตัวแรกที่ดำเนินธุรกิจที่เน้นระบบส่งและจำหน่าย Smart Grid ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ตามแนวโน้มอุตสาหกรรมไฟฟ้า จากการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทยของการไฟฟ้า ซึ่งมีแผนการลงทุน(2558-2579) เกือบ 2 แสนล้านบาท” นายกิตติ สัมฤทธิ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ PCC กล่าว

สำหรับเงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 1,228 ล้านบาท เตรียมนำไปใช้เป็นเงินลงทุนในโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และโครงการในอนาคตอื่น มูลค่า 350 ล้านบาท ภายในปี 2565 – 2567  รวมถึงเพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน มูลค่า 194 ล้านบาท ภายในปีนี้ และชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินมูลค่า 650 ล้านบาทภายในปีนี้"

ปัจจุบันบริษัทฯมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ณ 30 มิถุนายน 2565 อยู่ที่กว่า 2.3 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้และปีหน้า ส่วนแผนการดำเนินงานในอนาคต PCC เตรียมขยายกำลังการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายอีก 3 เท่า หรือคิดเป็นกำลังการผลิตรวมประมาณ 1,080 MVA ต่อปี ภายในปี 2567  และเพิ่มกำลังการผลิตตัวถังหม้อแปลงไฟฟ้าและตู้โลหะสำหรับ ตู้สวิตช์เกียร์ ตู้สวิตช์บอร์ด และตู้อุปกรณ์ควบคุมอื่นๆจากกำลังการผลิตประมาณ 2,000 ถังต่อปี เพิ่มเป็นประมาณ 7,500 ถังต่อปี และเพิ่มกำลังการผลิตตู้โลหะสำหรับ ตู้สวิตช์เกียร์ และตู้สวิตช์บอร์ด อุปกรณ์ควบคุม จากกำลังการผลิตประมาณ 2,000 ตู้ต่อปี เพิ่มเป็นประมาณ 3,200 ตู้ต่อปี ขณะที่โครงการโรงงานผลิตหม้อแปลงในประเทศกัมพูชา คาดว่าเริ่มผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ได้ในต้นปี 2566 โดยทำให้บริษัทฯจะเริ่มรับรู้รายได้จากกัมพูชาเข้ามาตั้งแต่ปีหน้า

ทั้งนี้จากการที่ PCC เป็นผู้นำโซลูชั่นครบวงจร Smart Grid และแผนการขยายการลงทุนที่มีความชัดเจนในอนาคต รวมไปถึงการสร้าง New S Curve ต่อยอดธุรกิจเดิม รวมถึงการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ เพื่อเพิ่มแหล่งที่มาของรายได้ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เชื่อมั่นว่า PCC จะเป็นหุ้นน้องใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร พลังงานและสาธารณูปโภคที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนในอนาคต