วุฒิสภาเปิดงาน Senate Forum 2026 ผนึกกำลัง 22 มหาวิทยาลัย 55 หน่วยงานวิจัยและภาคธุรกิจ ปลดล็อกผลงานวิจัย “จากหิ้งสู่ห้าง” ยกระดับงานนิติบัญญัติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอนาคตประเทศไทย
วันที่ 8 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา วุฒิสภาจัดงานนิทรรศการวิชาการและวิจัยครั้งยิ่งใหญ่ระดับประเทศ “Senate Forum 2026 : ถอดรหัสอนาคตประเทศไทยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” ณ บริเวณรอบสระมรกต อาคารรัฐสภา โดยมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) และการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการนิติบัญญัติ ระหว่างสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภากับมหาวิทยาลัย 22 แห่ง เพื่อร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการเชื่อมโยงโลกวิชาการ งานวิจัย นวัตกรรม และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน มุ่งผลักดันงานวิจัยจากหน้ากระดาษสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงเศรษฐกิจและสังคม
ทั้งนี้ นายชิบ จิตนิยม ประธานอนุกรรมการเสริมสร้าง ขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา คณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ตลอดจนหน่วยงานด้านการวิจัยและวิชาการกว่า 55 หน่วยงานจากทั่วประเทศ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง พร้อมสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัว “Humanoid : ตัวแทนแห่งอนาคตและนวัตกรรม” สะท้อนภาพประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกแห่งเทคโนโลยีอนาคตอย่างเต็มตัว

นายมงคล กล่าวเปิดงานว่า ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน การกำหนดนโยบายและการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติจึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานทางวิชาการที่น่าเชื่อถือเป็นพื้นฐาน โดยงานวิจัยไม่ควรหยุดอยู่เพียงในห้องทดลองหรือเอกสารวิชาการ แต่ต้องได้รับการต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรม มูลค่าทางเศรษฐกิจ และข้อเสนอเชิงนโยบายที่ใช้ได้จริง พร้อมคาดหวังว่า “Senate Forum 2026” จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงสถาบันการศึกษา นักวิจัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ต่อยอดความร่วมมือ และผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม อันจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำหน้าที่ของวุฒิสภาและตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนาคต
สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ สมาชิกวุฒิสภาร่วมเดินแฟชั่นโชว์นวัตกรรมงานวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ ตลอดจนการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นกว่า 50 บูธ ภายใต้แนวคิด “1 มหาวิทยาลัย 1 งานวิจัยเด่น” (UR1) เปิดพื้นที่ให้มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษานำผลงานวิจัยที่มีศักยภาพมานำเสนอแก่สาธารณชน ภาคธุรกิจ และผู้กำหนดนโยบาย ขณะเดียวกัน ยังมีพื้นที่ Business Matching เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยและภาคเอกชนได้พบปะ จับคู่ความร่วมมือ และต่อยอดนวัตกรรมสู่ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง

นอกจากนี้ การเปิดตัว “Humanoid : ตัวแทนแห่งอนาคตและนวัตกรรม” ยังได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก ถือเป็นสีสันสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ และนวัตกรรมดิจิทัล ที่กำลังเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต เศรษฐกิจ และการบริหารประเทศในอนาคต
ช่วงบ่ายของงาน มีการจัดเวทีเสวนาวิชาการในหัวข้อ “งานวิจัยเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภา” โดยนำเสนอผลงานวิจัยสำคัญ 4 โครงการ ที่มุ่งพัฒนาและยกระดับการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบด้วย 1.การเพิ่มประสิทธิภาพและหลักธรรมาภิบาลในการพิจารณาและกลั่นกรองกฎหมายของวุฒิสภา โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธพงษ์ ลีลากิจไพศาล 2.แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของกลไกการตรวจสอบและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา โดย ศาสตราจารย์ ดร.อัมพร ธำรงลักษณ์ 3.การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ให้คำแนะนำหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายของวุฒิสภา โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปุณณดาพัชร์ วิมลคุณารักษ์ และ4.การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของวุฒิสภา โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัชชัย หวังวิวัฒนา

เวทีดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา นักวิชาการ นักวิจัย และผู้สนใจ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถามอย่างกว้างขวาง เพื่อระดมองค์ความรู้และมุมมองในการนำผลงานวิจัยมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาอย่างเป็นรูปธรรม
การจัดงาน “Senate Forum 2026” ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงเวทีแสดงผลงานทางวิชาการ แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของวุฒิสภาในการสร้างระบบนิเวศใหม่ของงานวิจัยไทย ด้วยการหลอมรวมองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษา เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ รวมถึงความต้องการของภาคธุรกิจและภาคสังคมเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดัน “งานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง” เปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ นโยบาย และเครื่องมือที่ใช้แก้ปัญหาประเทศได้จริง พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน