ผนึก 3 กระทรวง ยกระดับสาธารณสุขเรือนจำ! เปิดตัวนวัตกรรม “Traffy Fondue” เฝ้าระวัง-ควบคุมโรคระบาดเชิงรุกทั่วปท.
วันที่ 7 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับ กระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัล “Traffy Fondue” ขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคระบาดในเรือนจำเชิงรุก มุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real-time ลดระยะเวลาตอบสนอง และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยมี พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ณ ห้องประชุม Eternity โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ให้เป็นตัวแทน ลงนามความร่วมมือ เปิดเผยว่า กระทรวง อว. มุ่งนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์จริงแก่ประเทศ การต่อยอดแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ซึ่งพัฒนาโดย สวทช. สู่การเป็นเครื่องมือเฝ้าระวังและบริหารจัดการภัยสุขภาพในเรือนจำ ถือเป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนการทำงานเชิงรุก ทำให้สามารถรับรู้สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว สนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-driven Decision Making) อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังและบุคลากรในเรือนจำได้อย่างยั่งยืน

ด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แม้เรือนจำจะเป็นพื้นที่ควบคุม แต่ไม่ใช่พื้นที่ปิดตาย เนื่องจากมีการหมุนเวียนของผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ และญาติเยี่ยมตลอดเวลา หากเกิดการระบาดของโรคย่อมมีโอกาสแพร่กระจายสู่ชุมชนภายนอกได้ ซึ่งข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี 2568 สะท้อนถึงความสำคัญของการมีระบบเฝ้าระวังที่รวดเร็ว โดยพบเหตุการณ์การระบาดในเรือนจำรวมกว่า 91 เหตุการณ์
สถิติเหตุการณ์การระบาดในเรือนจำ ปี พ.ศ. 2568 (กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค)
• โรคไข้หวัดใหญ่: 50 เหตุการณ์ (ผู้ป่วย 6,795 ราย)
• โรคโควิด-19: 18 เหตุการณ์ (ผู้ป่วย 1,960 ราย)
• โรคอาหารเป็นพิษ/อุจจาระร่วง: 7 เหตุการณ์ (ผู้ป่วย 1,869 ราย)
รวมทั้งยังพบการระบาดของโรคติดต่ออื่น ๆ เช่น โรคไข้กาฬหลังแอ่น โรคปอดอักเสบ โรคสุกใส โรคหิดและโรคตาแดง แม้จะพบในจำนวนไม่มาก แต่ล้วนเป็นโรคที่ต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า การมีระบบแจ้งเหตุและตอบสนองที่รวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญในการลดการแพร่กระจายของโรคและลดผลกระทบต่อทั้งผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ และประชาชนโดยรวม

รมว.สาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า นวัตกรรม Traffy Fondue เวอร์ชันเฉพาะเรือนจำ อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบแจ้งเตือน (Alert) และฟังก์ชันยกระดับการแจ้งเตือน หากการสอบสวนโรคล่าช้าเกินกว่า 72 ชั่วโมง เพื่อส่งข้อมูลตรงไปยังส่วนกลางและรองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สามารถสั่งการบริหารจัดการภาวะวิกฤตได้ทันท่วงที และฟังก์ชันจะเริ่มเปิดใช้งานในปี พ.ศ. 2570

ขณะที่ พันตำรวจเอก อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การถูกจำคุกเป็นการจำกัดเสรีภาพ แต่ไม่ใช่การจำกัดสิทธิในการได้รับการดูแลสุขภาพตามหลักสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม การจัดบริการสุขภาพในเรือนจำต้องทำควบคู่กับความมั่นคงสูงสุด ซึ่งการประยุกต์ใช้ Traffy Fondue ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทเรือนจำผ่าน 6 คุณลักษณะขั้นสูง:
6 คุณลักษณะขั้นสูงของ Traffy Fondue สำหรับเรือนจำ
1. ระบบระบุตัวตนด้วย QR Code เฉพาะ: แก้ปัญหาการเปิดเผยพิกัดทางภูมิศาสตร์ (GPS) และข้อจำกัดอินเทอร์เน็ตในเรือนจำ
2. มองเห็นข้อมูลคู่ขนาน: จำกัดสิทธิ์ตามสายบังคับบัญชาทั้งกรมราชทัณฑ์และกรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์แบบ Real-time
3. แจ้งเตือนอัตโนมัติพร้อม SLA: ประเมินและยกระดับการแจ้งเตือนทันทีหากการดำเนินงานล่าช้ากว่ากำหนด
4. บันทึก Timestamp ละเอียดระดับวินาที: ติดตามประวัติการทำงานและส่งออกข้อมูลเพื่อประเมินประสิทธิภาพ
5. Executive Dashboard: ประเมินการกระจายตัวของโรคผ่านแผนที่จุดเสี่ยง
6. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สูง: ทำงานในระบบปิด (Closed System) ไม่บังคับเก็บตัวตนผู้ป่วย เคารพกฎหมาย PDP