“CV” ลงนามเอ็มโอยูทำ Due Diligence พิจารณาเข้าซื้อโรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด ในเวียดนาม 2 โครงการ

เทคโนโลยี-ไอที6 ต.ค. 2564 • 04:54 น.
“CV” ลงนามเอ็มโอยูทำ Due Diligence พิจารณาเข้าซื้อโรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด ในเวียดนาม 2 โครงการ
บมจ.โคลเวอร์ เพาเวอร์หรือ CV ส่งบริษัทในเครือ บจ.โคลเวอร์ รีไซเคิ้ล ลงนามเข้าทำ Due Diligence เพื่อพิจารณาเข้าลงทุน โรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด ในประเทศเวียดนามร่วมกับพันธมิตร จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 6-8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 260 ล้านบาท คาดเพิ่มรายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี เสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของวัตถุดิบหลัก ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าของกลุ่ม CV ที่ประเทศญี่ปุ่น นายเศรษฐศิริ ศักดิ์สิทธิเสรีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคลเวอร์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CV ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และผู้ให้บริการด้านงานวิศวกรรมแบบครบวงจร ผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตามวิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำที่ส่งมอบคุณค่าจากพลังงานหมุนเวียน สู่สังคมโลก เพื่อความยั่งยืนเปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อการตรวจสอบฐานะทางการเงินของกิจการ ( Due Diligence) โรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด ในประเทศเวียดนาม จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 6-8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 260 ล้านบาท โดยหากทำ Due Diligence เรียบร้อยจะนำโครงการเข้าพิจารณาโดยคณะกรรมการบริษัทฯอีกครั้ง ซึ่งแผนการพิจารณาลงทุนในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในด้านยุทธศาสตร์การลงทุนในระยะยาวของบริษัทฯ ทั้งนี้การทำ Due Diligence ทั้ง 2 โครงการดังกล่าว แบ่งเป็น 1.โรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ดในประเทศเวียดนาม มีกำลังการผลิต 140,000 ตัน/ปี และสัมปทานการปลูกป่าที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตมากกว่า 10,000 เฮกตาร์ (ปริมาณสำรองวัตถุดิบมากกว่า 300,000 ตัน/ปี) โดย CV จะพิจารณาสัดส่วนการเข้าเป็นผู้ถือหุ้นหลักที่ 60% ซึ่งคาดว่าการพิจารณาที่จะเข้าลงทุนนี้จะสามารถช่วยสร้างรายได้เข้ามาไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท/ปี หาก COD ได้เต็มกำลังการผลิต 2.โรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด ในประเทศเวียดนาม มีกำลังการผลิต 100,000 ตัน/ปี และสัมปทานการปลูกป่าที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตมากกว่า 34,000 เฮกตาร์ (ปริมาณสำรองวัตถุดิบมากกว่า 1,000,000 ตัน/ปี) โดย CV จะพิจารณาสัดส่วนการเข้าเป็นผู้ถือหุ้นหลักที่ 60% คาดว่าการพิจารณาเข้าลงทุนนี้จะช่วยสร้างรายได้เข้ามาไม่ต่ำกว่า 430 ล้านบาท/ปี หาก COD ได้เต็มกำลังการผลิตเช่นกัน สำหรับการพิจารณาเข้าลงทุนโครงการในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้กับกลุ่มบริษัททำให้สามารถเพิ่มเสถียรภาพและความมั่นคงของวัตถุดิบหลักที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า และบริหารจัดการควบคุมต้นทุนของเชื้อเพลิงได้ โดยจะใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าของกลุ่มในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการขายเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าอื่นๆภายนอกกลุ่ม ซึ่งในระหว่างที่รอโรงไฟฟ้าของบริษัทในประเทศญี่ปุ่นก่อสร้างแล้วเสร็จ เราสามารถขาย wood pellets ได้ทันทีจากการทำสัญญา Supply Contract 1-3 ปี กับผู้ซื้อรายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น และเกาหลี ตั้งแต่ไตรมาส 1/65 โดยโรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด (wood pellets) ในเวียดนามทั้ง 2 โครงการจะช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2565 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CV กล่าวเพิ่มเติมว่า เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pellets) ถือเป็น Biomass ประเภทหนึ่งที่ผ่านกระบวนการลดความชื้นและเปลี่ยนแปลงลักษณะกายภาพจาก ไม้สับ (Wood chips) ให้มีขนาดเล็กลงใกล้เคียงกับขี้เลื่อย (Saw dust) จากนั้นผ่านกระบวนการลดความชื้นและอัดแน่นให้เป็นแท่ง (Pellets) เพื่อสะดวกในการขนส่งและเพิ่มการเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด มีการผลิตหลากหลายรูปแบบและยังมีคุณภาพสินค้าที่หลากหลายขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้า การให้ความร้อนกับที่อยู่อาศัย และการใช้งานประเภทอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งหนึ่งในข้อดีของการใช้ชีวมวลอัดเม็ดคือ การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล จึงเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หนึ่งในก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน(Global Warming) ถือเป็นแนวทางของ CV ที่จะมุ่งเน้นผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง