ศึกสัตว์ปีก!! ชิงดำถ้วย“แชมเปียนส์ลีก”
1 มิถุนายน คือ วันที่คอบอลทั้วทุกมุมโลก ต่างรอคอย ระหว่างศึก “2สัตว์ปีก” ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กับ”ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ ในการชิงดำ ถ้วย “ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก” จัดขึ้นที่ วานด้า เมโทรโปลิตาโน่ สนามเหย้าของทีม แอตเลติโก มาดริด ประเทศสเปนโดยเชื่อได้เลยว่า เหล่าสาวกหงส์แดง มีมั่นใจว่า ทีมรักจะก้าวขึ้นไปหยิบถ้วยแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่เป็นสมัยที่ 6 ปลอบใจ หลังพลาดถ้วยพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในรอบ 29 ปี ต่อทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปอย่างสุดมันลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้าย
การพบกันในครั้งนี้ระหว่าง “ลิเวอร์พูล” และ “ท็อตแนม ฮอทสเปอร์” นับเป็นการเจอกันของทีมจากประเทศอังกฤษด้วยกันเอง โดยสื่อได้ทำการสำรวจห้องพักนักเตะทั้งสองทีมในเกมดังกล่าวแล้วพบว่าแตกต่างกันแบบคนละฟากฟ้า ซึ่งตามกำหนดว่า “ลิเวอร์พูล” จะได้ใช้ห้องแต่งตัวของทีมเหย้า ส่วน “สเปอร์ส” ได้ใช้ห้องของทีมเยือน โดยห้องทีมเหย้า ของ “ลิเวอร์พูล” มีสิ่งอำนวยความสะดวกและหรูหรา กว่าห้องพักทีมเยือนพอสมควร แต่กระนั้นทุกสิ่งก็ต้องไปตัดสินกัน ที่ผลงานในสนาม
ที่ผ่านมา ทั้ง “ลิเวอร์พูล” และ “ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์” ต่างโกงความตายในรอบรองฯ นัดที่สองด้วยกันทั้งคู่ แต่การประจัญหน้ากันในครั้งนี้ของ “2สัตว์ปีก” เมื่อดูจากผลงานตลอดทั้งฤดูกาล สถิติการพบกัน ประสบการณ์บนเวทียุโรป ต้องยกให้ทีมหงส์แดง เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่จากฟอร์มของทั้งทีมในรอบรองฯ บอกได้เลยว่า อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ นัดนี้จึงถือเป็นเกมที่สองเทรนเนอร์ต้อง งัดกึ๋น เชือดเฉือนกันในเรื่องของแผนการเล่น และสิ่งที่จะกินกันมากสุดคือกองหน้าของทั้งสองทีมว่าใครจะคมกว่า ความสูสีของทั้งสองทีมนั้นทำให้มีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องยกเครดิตให้แชมป์ยุโรป 5 สมัยอย่าง “ลิเวอร์พูล” ที่อกหักไปหมาดๆ กับการคว้าแชมป์ลีกอังกฤษ ต้องฮึดสูเต็มที่ ดังนั้นเชื่อว่า “ลิเวอร์พูล” จะชนะไปได้ในบิ๊กแมตช์ที่กรุงมาดริดอย่างแน่นอน
และไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วระหว่าง “เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่” หรือ “เจอร์เก้น คล็อปป์” จะได้คว้าแชมป์ไปครอง ก็ถือว่าเป็นโทรฟี่ใบแรกกับต้นสังกัดด้วยกันทั้งคู่
สำหรับสถิติการพบกันของทั้งสองทีม 5 ครั้งหลังสุด ลิเวอร์พูล ชนะ 4, เสมอ 0 ด้าน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ชนะ 1
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2017 ลิเวอร์พูล 2-0 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (พรีเมียร์ลีก)
วันที่ 22 ตุลาคม 2017 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 4-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
วันที่ 04 กุมภาพันธ์ 2018 ลิเวอร์พูล 2-2 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (พรีเมียร์ลีก)
วันที่ 15 กันยายน 2018 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
วันที่ 31 มีนาคม 2019 ลิเวอร์พูล 2-1 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (พรีเมียร์ลีก)
ขณะที่ ความพร้อมของทีมในเกมนี้ แฮร์รี่ เคน ที่บาดเจ็บเอ็นข้อเท้า ได้หายดีแล้ว แต่ขึ้นอยู่ว่าจะๆได้ลงตัวจริงหรือไม่ ส่วนที่ลงสนามไม่ได้แน่ๆ คือ แฮร์รี่ วิงส์ (ขาหนีบ) รายของ แยน แฟร์ตองเก้น, เดวินสัน ซานเชซ และ แดนนี่ โรส ที่ไม่ได้สนามนัดล่าสุด น่าจะสลัดอาการบาดเจ็บ พร้อมเป็นตัวเลือกในแมตช์สำคัญนี้ ขณะที่ เดเล่ อัลลี่ ที่ถูกกระแทกจนต้องเปลี่ยนตัวออกในเกมสุดท้ายของฟุตบอลลีก ต้องรอทดสอบร่างกาย คาดว่า 11ตัวผู้เล่นที่จะลงสนามประกอบด้วย อูว์โก้ โยริส ลงเฝ้าเสา คีแรน ทริปเปียร์ และ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ เป็นตัวหลักแดนหลัง คริสเตียน อีริคเซน ผนึกกำลัง ลูคัส มูร่า สร้างสรรค์เกม ซน ฮึง มิน รับบทบาทกองหน้าตัวเป้า
ทางฝั่ง ลิเวอร์พูล รองแชมป์พรีเมียร์ลีกของเทรนเนอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีผู้เล่นต้องพักยาวเพียงรายเดียวคือ นาบี เกอิต้า (ขาหนีบ) และคาดหวังว่าจะหายทันช่วงปรี-ซีซั่น ส่วนทาง โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ที่บาดเจ็บพลาดลงสนามสามนัดก่อนหน้า จะพร้อมเป็นตัวเลือกผนึกกำลังกับ ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในรายของ อเล็กซ์-ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน และ อดัม ลัลลาน่า น่าจะฟิตแต่คงมีโอกาสลงสนามไม่มาก แน่นอนว่า 11ตัวผู้เล่นในนัดนี้จะประกอบไปด้วย อลิสัน แบเกอร์ ลงเฝ้าเสา โจเอล มาติป เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ คุมเกมรับ เทรนต์-อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล และ แอนดรูว โรเบิร์ตสัน ทำเกมด้านข้าง กัปตัน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาร์บินโญ่, จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม บัญชาแดนกลาง โดยมีสามประสานคือ ซาดิโอ มาเน่ , โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ , โมฮาเหม็ด ซาลาห์
ล่าสุด “เจอร์เก้น คล็อปป์” ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล นำลูกทีมฝึกซ้อมในแคมป์ที่มาร์เบย่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมยังเผยถึงอาการบาดเจ็บของ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ กองหน้าของทีมว่า “บ็อบบี้ฝึกซ้อมได้แล้ว ส่วนหนึ่งในการซ้อมของสัปดาห์ที่แล้ว และดูดีจริงๆ ทุกอย่างโอเค หลังจากนั้นเราต้องให้เขาพักอีกครั้ง เขาจะฝึกซ้อมตั้งแต่วันพรุ่งนี้อีกที”
“ทุกอย่างจนถึงตอนนี้ดูดีมากๆ และเขาจะสบายดี ผมแน่ใจ” ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล กล่าว
ด้าน “ดาบิด ซิลบา” กองกลางชาวสเปนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มองว่า “หงส์แดง ลิเวอร์พูล คือทีมเต็งที่จะได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลนี้ โดยเห็นว่า ตามทฤษฎีแล้ว ลิเวอร์พูล เป็นทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ จากฤดูกาลที่พวกเขามี แต่ในเกมการแข่งขันอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เราได้เห็นแล้วว่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้มันบ้ามาก มีการทำประตูในนาทีสุดท้าย มีการโกงความตาย ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้”
อีกประเด็นหนึ่ง ที่เป็นเรื่องน่าสนใจไม่แพ้กัน คือ ผู้ตัดสิน ในการชี้ชะตาเกมนี้ โดย สมาพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ได้ตัดสินใจเลือก ดาเมียร์ สโคมินา ผู้ตัดสินชาวสโลวีเนีย ให้ทำหน้าที่ตัดสินในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์
ผู้ตัดสินวัย 42 ปี มีประสบการณ์โชกโชนในการตัดสินฟุตบอลระดับทวีป โดยได้ลงทำหน้าที่ในเกมฟุตบอลนานาชาติตั้งแต่ปี 2002 นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์การตัดสินในนัดสำคัญอีกมาก ได้แก่นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อปี 2017, นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เมื่อปี 2012 และยังทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินที่สี่ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เมื่อปี 2013 อีกด้วย
สโคมินาทำหน้าที่ในเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ไปแล้ว 4 นัดด้วยกัน โดยเกมนี้ เขาจะลงตัดสินพร้อมกับทีมงานชั้นนำ ได้แก่ ยูเร พราพร็อตนิก และ โรเบิร์ต วูคาน สองผู้ช่วยผู้ตัดสินชาวสโลวีเนีย, อันโตนิโอ มาเตอู ลาฮอซ ผู้ตัดสินที่สี่ชาวสเปน และทีมงาน VAR ได้แก่ แดนนี มัคคีลี และ โพล ฟาน โบเอเคิล สองผู้ตัดสินชาวดัชต์ ที่จะร่วมทีมตัดสินกับ เฟลิกซ์ ซเวเยอร์ และ มาร์ก บอร์ช ชาวเยอรมัน
อย่างไรก็ตาม เกมนัดชิงดำถ้วย “บิ๊กเอีย” ในครั้งนี้ “ลิเวอร์พูล” มีประสบการณ์ในรอบชิงชนะเลิศมาแล้ว 2 ครั้งในยุค “คลอปป์” การเป็นพระรองในยูโรปาลีก และ แชมเปียนส์ลีก เมื่อปีก่อนจะช่วยสะสมความนิ่งในนัดชิงคราวนี้ และเชื่อได้เลยว่า ประสบการณ์นี่แหละที่จะทำให้ ทีมหงส์แดง สามารถคว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรปไปครองเป็นสมัยที่ 6 ได้อย่างไม่มีปัญหา แต่อย่าประมาท “สเปอร์ส” ก็แล้วกัน เพราะเทพีแห่งโชคของสเปอร์สในฤดูกาลนี้ก็ใช่เล่น และคงต้องรอดูกันวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ว่า “เทพีแห่งโชค” จะเข้าข้างใคร