โพลชี้ "ศึกแดงเดือด" บัตรแพง "คอบอล" ขอดูถ่ายทอดสด
ตามที่ภาคเอกชนเตรียมจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการพิเศษ “THE MACT Bangkok Century Cup 2022 หรือ ศึกแดงเดือดด้วยการเชิญสองสโมสรดังจากประเทศอังกฤษประกอบด้วยสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (ปีศาจแดง)และ สโมสรลิเวอร์พูล (หงส์แดง) มาแข่งขันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก กรุงเทพมหานครในวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 นั้น เพื่อเป็นการสะท้อนมุมมองและส่งเสริมการมีส่วนของประชาชนที่เกี่ยวกับการจัดการแข่งขันในรายการดังกล่าว
วันนี้ (2 มี.ค.65) KBU SPORT POLL โดย ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตจึงสำรวจคิดเห็นเรื่อง “ปรากฎการณ์ศึกแดงเดือดกับมุมมองของแฟนลูกหนัง” ผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2565 โดยกลุ่มตัวอย่าง เป็นประชาชนทั่วไปทุกสาขาอาชีพที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,383คนโดยแบ่งเป็นเพศชาย 825คนคิดเป็นร้อยละ 59.66 เพศหญิง 558คนคิดเป็นร้อยละ40.34 ซึ่งผลการวิเคราะห์ในภาพรวมพบว่า
ความสนใจที่จะติดตามการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 89.93 สนใจรองลงมาร้อยละ 7.46 ยังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ2.61ไม่สนใจ
ขณะที่ช่องทางที่จะติดตามการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 41.11 ติดตามผ่านการถ่ายทอดสดทางวิทยุโทรทัศน์ รองลงมาร้อยละ30.47 ติดตามผ่านทางโซเชียลมีเดียและร้อยละ28.42 ติดตามที่สนามการแข่งขัน และอื่นๆร้อยละ3.01
ความเหมาะสมของการกำหนดราคาบัตรเข้าชมกับภาพเศรษฐกิจสังคมไทย ส่วนใหญ่ร้อยละ 37.81 ไม่เหมาะสม รองลงมาร้อยละ 35.93 เหมาะสม และร้อยละ26.26ไม่แสดงความคิดเห็น
เมื่อถามถึงประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการจัดการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 29.13 การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวและสิทธิประโยชน์ รองลงมาร้อยละ 25.29 การเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศร้อยละ 16.13
ส่วนการสร้างแรงบันดาลใจในมิติของกีฬาฟุตบอลให้กับเด็กและเยาวชน ร้อยละ 14.08การสร้างความสุขและความสนใจใน มิติของกีฬาให้กับประชาชน ร้อยละ 12.57การยอมรับจากนานาประเทศและอื่นๆร้อยละ2.80
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวว่า จากผลการสำรวจดังกล่าวจะเห็นได้ว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สนใจที่จะติดตามการแข่งขันรายการดังกล่าวทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าการที่สองสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังระดับโลกจะออกมาดวลแข้งกันนอกเกาะอังกฤษคงจะไม่ง่ายนัก และประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของความเหมาะสมในการกำหนดราคาบัตรเข้าชมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมไทยนั้นพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีมุมมองที่ใกล้เคียงกันถึงแม้ว่าจะเอนเอียงไปในทางที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้างก็ตาม
ซึ่งต่อกรณีนี้หากวิเคราะห์จากสภาพเศรษฐกิจของประเทศตลอดจนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการเข้าถึงด้านการสื่อสารในยุคดิจิทัลด้วยแล้วคงจะชี้ให้เห็นว่ารายได้ของประชาชนน ณ ปัจจุบันอาจจะยังมีไม่มากพอสำหรับการซื้อตั๋วเข้าไปชมที่สนาม แต่ในทางกลับกันส่วนใหญ่ต่างมุ่งที่จะติดตามชมการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และโซเชียลมีเดียตามลำดับ
อย่างไรก็ตามเมื่อมองในมิติของการลงทุนที่ภาคเอกชนทุ่มลงไปนั้นต้องยอมรับว่าประโยชน์ต่างๆที่ประเทศไทยจะได้จากการจัดศึกแดงเดือดในครั้งนี้กลุ่มตัวอย่างได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าประโยชน์จะเกิดกับประเทศและสังคมอย่างเต็มๆในหลากหลายมิติไม่ว่าจะเป็นมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่มาจากการท่องเที่ยวหรือชื่อเสียงของประเทศและอื่นๆที่จะตามมาอีกมากมาย
ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนอีเวนต์กีฬาระดับโลกของประเทศโดยเฉพาะรายการดังกล่าวซึ่งไม่ง่ายนักที่จะจัดได้บ่อยครั้งหากรัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะจัดสรรงบประมาณบางส่วนที่สามารถดำเนินการได้เข้าไปสนับสนุนบ้างก็น่าจะ wiw win กับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะการสร้างขวัญกำลังใจให้กับภาคเอกชนที่มุ่งมั่นเพื่อสังคมและชื่อเสียงของประเทศ