ไม่ใช่เพราะโชคชะตา! “โมร็อกโก” สร้างประวัติศาสตร์ ทีมแรกทวีปแอฟริกา เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย

กีฬา16 ธ.ค. 2565 • 16:00 น.
ไม่ใช่เพราะโชคชะตา! “โมร็อกโก” สร้างประวัติศาสตร์ ทีมแรกทวีปแอฟริกา เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย

“โมร็อกโก” ได้สร้างประวัติศาสตร์ในวงการฟุตบอลโลก 2022 อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ หลังเป็นทีมแรกจากทวีปแอฟริกา ที่ได้เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย ด้วยสไตล์การเล่นเป็นเอกลักษณ์ กับสถิติเสีย 1 ประตู ในการแข่งขันครั้งนี้

วันนี้เรามารู้จัก บ้านเกิดเมืองนอนของ “โมร็อกโก” กันว่า เป็นอย่างไรกัน

“โมร็อกโก” มีชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรโมร็อกโก เป็นรัฐเดี่ยวและรัฐเอกราชที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคมาเกร็บในแอฟริกาเหนือ เป็นหนึ่งในถิ่นกำเนิดชนเบอร์เบอร์ ในทางภูมิศาสตร์โมร็อกโกมีเทือกเขาหินขรุขระตรงกลาง มีทะเลทรายขนาดใหญ่และมีชายฝั่งยาวมาตั้งแต่มหาสมุทรแอตแลนติกจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

“โมร็อกโก” มีพื้นที่ประมาณ 710,850 ตารางกิโลเมตรและประชากรกว่า 35,276,786 คน เมืองหลวงชื่อราบัตและมีเมืองใหญ่สุดชื่อกาซาบล็องกา นอกจากนี้ยังมีเมืองสำคัญอื่น ๆ อีกอาทิมาร์ราคิช แทงเจียร์ ซาเลห์ แฟ็ส แม็กแน็สและ วัจด้า ในทางประวัติศาสตร์โมร็อกโกเป็นประเทศอำนาจนำภูมิภาคมีความเป็นอิสระและไม่ได้ถูกยุ่งเกี่ยวหรือรุกรานโดยเพื่อนบ้านตั้งแต่สุลต่าน โมเลย์ อิดริส ที่ 1ก่อตั้งรัฐโมร็อกโกครั้งแรกใน พ.ศ. 1332 ประเทศถูกปกครองโดยระบบราชวงศ์และเจริญสุดขีดในช่วงราชวงศ์อัลโมราวิดและราชวงศ์อัลโลฮัดซึ่งครอบครองส่วนหนึ่งของคาบสมุทรไอบีเรียและแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ ราชวงศ์มารีนิดและราชวงศ์ซาดีได้ยืนหยัดต่อต้านการรุกรานจากต่างประเทศ

อีกทั้ง “โมร็อกโก”เป็นประเทศในแอฟริกาเหนือประเทศเดียวที่เลี่ยงการยึดครองจากจักรวรรดิออตโตมันได้ ราชวงศ์อเลาอัวซึ่งปกครองประเทศอยู่ในปัจุบันนั้นขึ้นมามีอำนาจในโมร็อกโกตั้งแต่ พ.ศ. 2174 ใน พ.ศ. 2455 โมร็อกโกถูกแบ่งเป็นโมร็อกโกในอารักขาของฝรั่งเศส โมร็อกโกในอารักขาของสเปนกับเขตสากลในแทนเจียร์และกลับมาได้รับเอกราชใน พ.ศ. 2499 วัฒนธรรมชาวโมร็อกโกจะเป็นแบบผสมผสานตามอิทธิพลของเบอร์เบอร์ อาหรับ แอฟริกาตะวันตกและยุโรป

ขณะที่ “ชาวโมร็อกโก” ส่วนมากนับถือศาสนาอิสลาม มีภาษาราชการคือภาษาอาหรับและภาษาเบอร์เบอร์ ภาษาเบอร์เบอร์เป็นภาษาหลักของโมร็อกโกก่อนที่อาหรับจะมามีบทบาทในคริสต์ศตวรรษที่ 600 ภาษาอาหรับในโมร็อกโกเรียกว่า Darija โมร็อกโกเป็นสมาชิกของสันนิบาตอาหรับ สหภาพเมดิเตอร์เรเนียนและสหภาพแอฟริกา และมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ห้าของแอฟริกา

ส่วน “ภูมิศาสตร์” นั้น “โมร็อกโก” มีชายฝั่งยาวตั้งแต่มหาสมุทรแอตแลนติกยาวขึ้นไปผ่านช่องแคบยิบรอลตาร์จนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางเหนือติดกับสเปน (เซวตา เมลียาและโขดหินเบเลซเดลาโกเมรา) ทางทิศตะวันออกจดแอลจีเรีย จดซาฮาราตะวันตก ทางทิศใต้ ตั้งแต่โมร็อกโกควบคุมส่วนใหญ่ของซาฮาราตะวันตกจึงมีพรมแดนด้านใต้ติดกับประเทศมอริเตเนียโดยพฤตินัย อีกทั้ง ครอบคลุมตั้งแต่ชายฝั่งแอตแลนติก พื้นที่ภูเขาตรงกลางและทะเลทรายซาฮารา โมร็อกโกเป็นประเทศในแอฟริกาเหนือติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนระหว่างแอลจีเรียกับซาฮาราตะวันตก และเป็นหนึ่งในสามประเทศที่มีชายฝั่งติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (อีกสองประเทศคือสเปนและฝรั่งเศส)

วกกลับมาที่เรื่องฟุตบอล ก่อนฟุตบอลโลกครั้งนี้  ทีมชาติโมร็อกโก ได้ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายแล้วทั้งหมด 5 ครั้ง และพวกเขาพลาดท่าตกรอบแรกถึง 4 ครั้ง ผลงานดีที่สุด คือ การได้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 1986 ที่เม็กซิโก

อย่างไรก็ดี  เส้นทางของทีมโมร็อกโก ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบมาตั้งแต่ต้น แต่พวกเขาก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ จนกระทั่งผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้อย่างน่าทึ่ง และไม่ใช่เพราะโชคชะตา! อย่างแน่นอน