คลุกวงใน/เชี่ยว สามชุก...2เกมบอลไทยยุค"ราเยวัช"

กีฬา15 มิ.ย. 2560 • 05:13 น.
คลุกวงใน/เชี่ยว สามชุก...2เกมบอลไทยยุค"ราเยวัช"
ทีมฟุตบอลชาติไทยภายใต้การคุมทัพของ มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชชาวเซอร์เบีย ลงสนามไป 2 นัด นัดแรกยกทัพบุกไปพ่ายให้กับ อุซเบกิสถาน0-2 ในเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ เมื่อวันที่6มิถุนายน ส่วนอีกเกมลงเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย นัดที่ 8 กับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในบ้านเสมอกัน 1-1 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ในเกมอุ่นเครื่องนั้น ราเยวัช ไม่ได้เอา 9 นักเตะตัวหลักของสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ร่วมทีมไปด้วย เนื่องจากกรำศึกหนักทั้งเกมลีกและเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก นักเตะมีอาการร้า เกมนี้จึงเอามาเป็นตัววัดมาตรฐานฟอร์มการเล่นไม่ได้มากนัก แต่โดยรวมก็ถือว่าพอใช้ได้ สามารถต่อสู้กับ อุซเบกิสถาน ได้อย่างสนุก สำหรับเกมคัดบอลโลกกับ ยูเออี นั้น ราเยวัช ได้เรียกนักเตะตัวหลักของเมืองทอง มาเกือบครบ แต่แข้งตัวเก่งอย่าง "เจ้าอุ้ม"ธีราทร บุญมาทัน,"เมสซี่เจ"ชนาธิป สรงกระสินธุ์ และ"เจ้าโด"ทริปตองโด ขอถอนตัวเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ นัดนี้ ราเยวัช มีการปรับเปลี่ยนนักเตะหลายตำแหน่ง ทั้งแนวรับ แนวรุก กองกลาง และกองหน้า โดยคู่เซ็นเตอร์แบ็ค จาก อดิศร พรหมรัตน์ กับ กรวิทย์ นามวิเศษ มาเป็น พรรษา เหมวิบูลย์ ยืนกับ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กองกลางใช้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ แทนวัฒนา พลายนุ่ม และ มิดฟิลด์ตัวรุกใช้ สรรวัชรญ์ เดชมิตร ทำเกมแทน "เมสซี่เจ" ส่วนหน้าเป้าเป็น อดิศักดิ์ ไกรศร แทน ธีรศิลป์ แดงดา ที่บาดเจ็บไม่สมบูรณ์ การจัด 11ตัวจริงสู้กับ ยูเออี นัดนี้ต้องถือว่าเซอร์ไพรส์พอสมควร โดยเฉพาะคู่เซ็นเตอร์ ที่ราเยวัช มอบความไว้วางใจใช้ พรรษา กับ เฉลิมพงษ์ ซึ่งยังไม่เคยขึ้นชั้นมาระดับนี้ เข้าใจว่า ราเยวัช ต้องการใช้คู่เซ็นเตอร์ที่มีความสูง ไว้รับมือกับลูกกลางอากาศของยูเออี ที่มีผู้เล่นสูงใหญ่ซึ่งทั้งคู่ก็โชว์ฟอร์มได้รับคำชื่นชมอย่างมาก สำหรับระบบการเล่น ราเยวัช ใช้แทคติคตั้งรับแล้วโต้กลับ ที่มองว่ามาตรฐานบอลไทยเหมาะที่จะเล่นระบบแบบนี้หลังจากพบว่าบอลไทยเสียประตูเยอะในแต่ละเกมซึ่งต่างกับ "ซิโก้"เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ใช้เกมรุกวิ่ง สู้ ฟัด ได้เสีย อย่างไรก็ตาม ราเยวัช ยอมรับว่า การเล่นเกมตั้งรับแล้วโต้กลับเร็วยังไม่มีประสิทธิภาพน่าพอใจ โดยเฉพาะเกมโต้กลับต้องแก้ไขให้เฉียบขาดมากกว่านี้โดยมั่นใจว่าอนาคตจะดีขึ้นเรื่อยๆ การลงสนาม 2นัดในสภาพทีมที่แตกต่างกัน จากผล แพ้ อุซเบกิสถาน 0-2 และทำได้แค่เสมอ ต้องไม่ปฏิเสธว่าบอลไทยไม่ได้ดูดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาแต่อย่างใดเพราะผลที่ออกมามีแต่แพ้กับเสมอ ราเยวัช และทีมฟุตบอลชาติไทยยังต้องพิสูจน์ผลงานกันต่อไป ในเกมคัดบอลโลกที่เหลือ รวมทั้งฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ที่รออยู่ข้างหน้า ศักยภาพความสามารถเฉพาะตัวนักเตะไทย รวมถึงสรีระ ถือมีส่วนสำคัญอย่างมากในการก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ตามเป้าหมายท็อปเทนเอเชีย ดังนั้นการมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานให้นักเตะไทยมีศักยภาพพร้อมทุกด้านจึงเป็นการตอบโจทย์ของเป้าหมายได้แน่นอนเหนือสิ่งอื่นใด แนวทางการพัฒนาของสมาคมฟุตบอลทั้งการจ้างมืออาชีพมาสร้างทีมชาติไทยทุกระดับอายุ และแผนพัฒนาฟุตบอล20ปี ถือเป็นการเดินที่ถูกทางและมีโอกาสความเป็นไปได้ หากทำกันอย่างจริงจัง ไม่จริงโจ้ วาดฝันสวยหรูอยู่บนแผ่นกระดาษเท่านั้น