"สามารถ" ชี้ อธิบดี ปค. ไม่จำเป็นต้องแจงเอง ปมแชต "ช่วยน้ำเงินด้วย" แนะยื่นประธานสภาตรวจสอบ กมธ.

โซเชียล19 มิ.ย. 2569 • 17:20 น.
"สามารถ" ชี้ อธิบดี ปค. ไม่จำเป็นต้องแจงเอง ปมแชต "ช่วยน้ำเงินด้วย" แนะยื่นประธานสภาตรวจสอบ กมธ.

วันที่ 19 มิ.ย.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า จากกรณีที่กรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ พยายามจะออก "คำสั่งเรียก" อธิบดีกรมการปกครองมาชี้แจงเรื่องแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” นั้น ในฐานะที่ผมเคยนั่งอยู่ในกรรมาธิการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ มีทางออกตามหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงที่ทุกฝ่ายต้องเข้าใจให้ถูกต้องครับ

​1. ทางออกตามกฎหมาย: ทำหนังสือชี้แจง และยื่นประธานสภาตรวจสอบ กมธ.

เรื่องนี้อธิบดีกรมการปกครองไม่จำเป็นต้องเดินทางไปด้วยตนเองให้เสียเวลาบริหารราชการแผ่นดิน ท่านสามารถ "ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง" ส่งไปแทนได้ และที่สำคัญที่สุด ควรทำหนังสือถึง "ประธานสภาผู้แทนราษฎร" เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ว่ากำลังทำงานใช้อำนาจเกินขอบเขต ข้ามเส้นไปทำหน้าที่ตรวจสอบทุจริตประพฤติมิชอบซึ่งผิดฝาผิดตัวหรือไม่

​2. อำนาจ "คำสั่งเรียก" โทษทางอาญายกเลิกไปแล้ว

ต้องย้ำให้ชัดว่า โทษทางอาญา (จำคุก-ปรับ) ของ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ ได้ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญและยกเลิกไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เนื่องจากกรรมาธิการมีหน้าที่เพียง "สอบหากฎหมายและข้อเท็จจริง" ไม่ใช่องค์กรตุลาการ การส่งหนังสือชี้แจงหรือมอบหมายรองอธิบดีชี้แจงแทน ถือเป็นกลไกบริหารราชการแผ่นดินที่ถูกต้องสมบูรณ์แล้ว ไม่ใช่เรื่องของการหลบเลี่ยง

​3. สภามี 35 คณะ ต้องทำงานให้ตรงตามภารกิจ!

ในสภาผู้แทนราษฎรเรามีกรรมาธิการสามัญถึง 35 คณะ ซึ่งแบ่งหน้าที่กันเด็ดขาด

​กมธ.พัฒนาการเมืองฯ: มีภารกิจหลักคือส่งเสริมสถาบันทางการเมือง การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน

​กมธ.ป.ป.ช.: คือคณะที่มีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบการทุจริตและการประพฤติมิชอบ

​การที่ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ กระชับกระเฉงลงมาเล่นเรื่องนี้เอง จึงเป็นการทำงานที่ "ไม่มีอำนาจโดยตรง" หากเห็นว่าเรื่องนี้มีความผิดจริง สิ่งที่ควรทำคือส่งต่อเรื่องให้ กรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภา ดำเนินการ ไม่ใช่ดึงดันจะใช้อำนาจออกมติคำสั่งเรียกเองในเรื่องที่ไม่ใช่ภารกิจตนเอง

​4. ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์: แชตจริงหรือปลอม? และผลลัพธ์ที่ปฏิเสธไม่ได้

ไอ้เรื่องแชตหลุดที่อ้าง ๆ กันนั้น ต้องไปตรวจสอบก่อนว่าเป็นแชตจริงหรือแชตปลอม? และถ้าพูดกันด้วยความจริงเชิงประจักษ์ ถ้าอธิบดีฯ สั่งการเพื่อช่วย "สีน้ำเงิน" จริง ป่านนี้ผลการเลือกตั้งที่จังหวัดภูเก็ตคงเป็นสีน้ำเงินไปแล้ว แต่นี่ปรากฏว่า ส.ส. สีน้ำเงิน ในจังหวัดภูเก็ตไม่มีเลยสักคนเดียว! ข้อเท็จจริงตรงนี้มันย้อนแย้งกับข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง

​สภาจะศักดิ์สิทธิ์และน่าเลื่อมใส ก็ต่อเมื่อกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ ทำงานบนฐานของข้อเท็จจริง หลักกฎหมาย และเดินตามกรอบภารกิจหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่การใช้กลไกสภามาสร้างพื้นที่หรือประเด็นที่ผิดบทบาทหน้าที่ของตนเองครับ