ดอยฟ้าห่มปก แม่อาย จ.เชียงใหม่ บ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ
เชิงสารคดี: โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ทำให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีรายได้ อันเนื่องมาจากโครงการ
เมื่อเร็วๆ นี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลผลสัมฤทธิ์ของโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเสื้อกันหนาวไปมอบแก่เด็ก เพื่อบรรเทาความหนาวให้กับเด็กในพื้นที่โครงการฯ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ บ้านดอยดำ และโครงการสถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตร ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านแปกแซม สร้างความปลาบปลื้มใจในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของราษฎรและผู้ปฏิบัติงาน
ที่โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก ขึ้นชื่อในเรื่องการปลูกกาแฟ พันธุ์อาราบิก้า เป็นที่นิยมของผู้บริโภค เนื่องจากพื้นที่โครงการตั้งอยู่ในพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,200 – 1,700 เมตร อากาศหนาวเย็นตลอดปี ทำให้เมล็ดกาแฟที่นี่มีคุณภาพดีและเป็นที่นิยมของตลาด นอกจากนี้ยังมีไม้ผลเมืองหนาวของราษฎรบ้านอาข่า ที่นำความรู้จากการถ่ายทอดและประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการฯ มาปฏิบัติใช้ในการประกอบอาชีพ
โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2544 ตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อช่วยเหลือราษฎรชาวไทยภูเขา ประกอบด้วย เผ่าอาข่า มูเซอ และลีซอ ได้มีที่อยู่อาศัย ที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง พร้อมกับพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น ร่วมกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวทางคนอยู่ร่วมกับป่าในลักษณะ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” พร้อมทั้งดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำลำธาร ให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน
จากการดำเนินงานสนองพระราชดำริของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ให้การสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ปรากฏผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ยังคงรักษาสภาพป่าเดิมที่สมบูรณ์ จำนวน 12,500 ไร่ นอกจากนี้มีการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม จำนวน 2,274 ไร่ รวมทั้งปลูกป่าหวาย เพื่อให้ราษฎรได้ใช้ประโยชน์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการปลูกป่า ทำฝาย ทำแนวกันไฟป่า เพื่อให้ได้เห็นประโยชน์ของผืนป่าและมีจิตสำนึกในการหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้ผืนป่ามีความสมบูรณ์เห็นได้จากที่มีน้ำไหลอย่างสม่ำเสมอ สามารถนำไปปั่นกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาด 70 กิโลวัตต์ ใช้ในโครงการได้ตลอดปี และยังมีน้ำไหลไปหล่อเลี้ยงราษฎรบริเวณพื้นล่างอีกด้วย
ปัจจุบัน ราษฎรได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ มีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ จากการสำรวจพบว่าราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีรายได้เฉลี่ย 146,000 บาท ต่อครัวเรือนต่อปี จากการทำเกษตร อาทิ กาแฟ มะคาเดเมีย อะโวคาโด พลับ ชาอัสสัม รวมถึงพืชผักเมืองหนาว รวมทั้งมีรายได้เสริมจากงานศิลปาชีพเพิ่มเติมอีกด้วย