เดินตามพระบรมราโชวาท
ทรงสร้างประโยชน์สุขสู่ปวงประชา
เสกสรร สิทธาคม
Seksn2493@yahoo.com
เดินตามพระบรมราโชวาท
“...มีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญาที่เฉียบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์...”
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระจริยวัตรที่งดงาม ตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์เป็นเวลา 70 ปีตราบจนเสด็จสู่สวรรคาลัยทรงศึกษาและใช้ธรรมะเป็นแบบแผนในการปกครอง รวมทั้งได้พระราชทานพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทที่เกี่ยวกับ แนวทางการประพฤติที่ดีงาม ทั้ง กาย วาจา และใจ อันรวมถึงเรื่องการมีความเพียร อุตสาหะ ความอดทน ให้พสกนิกรยึดถือเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตเพื่อความสุขอย่างยั่งยืนเสมอมา
ดังจะเห็นได้จากหลักการทรงงานเรื่องการมีความเพียรและพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดพิมพ์
ขออัญเชิญพระราชดำรัสเรื่องความเพียรพระราชทานในพิธีกาญจนาภิเษก ทรงครองราชย์ ครบ ๕๐ ปี เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๓๙ ว่า
“...ความเพียรที่ถูกต้องเป็นธรรม และพึงประสงค์นั้น คือความเพียรที่จะกำจัดความเสื่อมให้หมดไปและระวังป้องกันมิให้เกิดขึ้นใหม่อย่างหนึ่งกับความเพียรที่จะสร้างสรรค์ความดีงามให้บังเกิดขึ้นและระวังรักษามิให้เสื่อมสิ้นไปอย่างหนึ่ง ความเพียรทั้งสองประการนี้ เป็นอุปการะอย่างสำคัญต่อการปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน ถ้าทุกคนในชาติจะได้ตั้งตนตั้งใจอยู่ในความเพียรดังกล่าว ประโยชน์และความสุขก็จะบังเกิดขึ้นพร้อมทั้งแก่ส่วนตัวและส่วนรวม...”
พระบรมราโชวาทพระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ
เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๒๒ ความว่า
“...การทำงานใดๆ ไม่ว่าเล็ก ใหญ่ ง่าย ยาก ถ้าย่อหย่อนจากความเพียรแล้ว ยากที่จะให้สำเร็จเรียบร้อยทันเวลาได้ การฝึกฝนความเพียร ถึงหากแรกๆจะรู้สึกเหนื่อยลำบาก แต่พอได้เพียรจนเป็นนิสัยแล้วก็จะกลับเป็นพลังสำคัญ ที่คอยกระตุ้นเตือนให้ทำงานอย่างจริงจัง ด้วยใจร่าเริง และเมื่อใดพลังของความเพียรนั้นเกิดขึ้น เมื่อนั้นการงานทั้งหลายก็สำเร็จได้โดยง่ายและรวดเร็ว...”
ความเพียรเป็นหนึ่งในหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 โดยได้พระราชนิพนธ์ผ่านเรื่องพระมหาชนก ซึ่งเป็นเรื่องของพระมหากษัตริย์ผู้มีความเพียรพยายาม แม้จะไม่เห็นฝั่ง ก็ยังคงว่ายต่อไป เพราะว่าถ้าไม่เพียรว่ายก็จะตกเป็นอาหารของปู ปลา และไม่ได้พบกับเทวดาที่มาช่วยเหลือมิให้จมน้ำไป
พระราชปรารภจากพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ที่ได้พระราชทานไว้เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๓๙ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ระบุว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9ทรงสดับพระธรรมเทศนาของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมมสาโร มหาเถร) วัดราชผาติการาม เรื่องพระมหาชนกเสด็จทอดพระเนตรพระราชอุทยาน ในกรุงมิถิลา เรื่องมีใจความว่า ที่ทางเข้าสวนหลวงมีต้นมะม่วงสองต้น ต้นหนึ่งไม่มีผล อีกต้นหนึ่งมีผล ทรงลิ้มรสมะม่วงอันโอชาแล้วเสด็จเยี่ยมอุทยาน เมื่อเสด็จกลับออกจากสวนหลวง ทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงที่มีผลรสดีถูกข้าราชบริพารดึงทิ้งจนโค่นลง ส่วนต้นที่ไม่มีลูกก็ยังคงตั้งอยู่ตระหง่าน แสดงว่าสิ่งใดดี มีคุณภาพ จะเป็นเป้าหมายของการยื้อแย่งและจะเป็นอันตรายในท่ามกลางผู้ที่ขาดปัญญา พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัย จึงทรงค้นเรื่องพระมหาชนกในพระไตรปิฎก (พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกายชาดกเล่มที่ ๔ ภาคที่ ๒) และทรงแปลเป็นภาษาอังกฤษ ตรงจากมหาชนกชาดก ตั้งแต่ต้นเรื่อง โดยทรงดัดแปลงเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
พระมหาชนกทรงบำเพ็ญวิริยบารมีโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ จนกระทั่งได้ทรงครองราชย์สมบัติและนำความเจริญมั่นคงมาสู่กรุงมิถิลาด้วยพระปรีชาสามารถ และเมื่อกล่าวถึงเรื่องต้นมะม่วง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำริว่า การที่พระมหาชนกจะเสด็จออกทรงแสวงโมกขธรรมนั้น ยังไม่ถึงเวลาอันสมควร เพราะว่าได้ทรงสร้างความเจริญแก่มิถิลายังไม่ครบถ้วน คือ ข้าราชบริพารตั้งแต่อุปราชจนถึงคนรักษาช้าง รักษาม้า โดยเฉพาะเหล่าอมาตย์ล้วนจาริกอยู่ในโมหภูมิทั้งนั้น ยังไม่มีความรู้ทางวิทยาการหรือทางปัญญา และไม่เห็นสถานอบรมสั่งสอนให้เบ็ดเสร็จ และพระมหาชนกจึงได้ทรงปรารภเรื่องการอนุบาลต้นมะม่วงตามวิธีสมัยใหม่ เก้าวิธีอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9จึงทรงดัดแปลงเนื้อเรื่องในมหาชนกชาดกให้เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน โดยมีพระราชดำริว่า พระมหาชนกจะบรรลุโมกขธรรมได้ง่ายกว่า หากได้ประกอบพระราชกรณียกิจในโลกให้ครบถ้วนก่อน ทั้งนี้ พระองค์ทรงแปลมหาชนกชาดกเสร็จสมบูรณ์
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๑ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พิมพ์ในโอกาสเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษกแห่งรัชกาลให้เป็นเครื่องพิจารณาเพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของสาธุชนทั้งหลาย
ณ วันนี้จึงขอเชิญชวนคนไทยน้อมนำหลักคิดที่ได้จากพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ดังที่ได้กล่าวไว้ว่า “ขอจงมีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญาที่เฉียบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์” ไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติภารกิจที่ถูกต้องชอบธรรมไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรือใหญ่ให้บรรลุผล ตามที่ปรารถนาต่อไป
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น พระผู้สถิตในหัวใจคนไทยทั้งชาติตราบนิรันดร์