กองทัพเรือชวนปชช.ร่วมน้อมรำลึก "ในหลวง ร.9" ณ อุทยานเรือของพ่อ อ่าวดงตาลสัตหีบ

ราชสำนัก12 ต.ค. 2563 • 11:41 น.
กองทัพเรือชวนปชช.ร่วมน้อมรำลึก "ในหลวง ร.9" ณ อุทยานเรือของพ่อ อ่าวดงตาลสัตหีบ
กองทัพเรือจัดกิจกรรม “แสงเทียนแห่งใจ จารึกไว้ตราบนิรันดร์” เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร.9 ณ อุทยาน “เรือของพ่อ” เรือ ต. 91 หน้าอ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมจัดเรือผลักดันน้ำในพื้นที่เพชรบุรี วันนี้ 12 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น พลเรือโท เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ นำทีมงานรองโฆษกกองทัพเรือ จัดแถลงข่าว กองทัพเรือจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2563 และการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการจัดเตรียมเรือผลักดันน้ำเพื่อให้การสนับสนุน การเร่งระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี แฟ้มภาพ พลเรือตรี พาสุกรี วิลัยรักษ์ รองโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2563 นี้ กองทัพเรือได้จัดให้มีกิจกรรม “แสงเทียนแห่งใจ จารึกไว้ตราบนิรันดร์” เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อกองทัพเรือ ณ อุทยาน “เรือของพ่อ” เรือ ต. 91 หน้าอ่าวดงตาล อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยกิจกรรมที่จัดให้มีขึ้นประกอบด้วยการ แสดงดนตรีโดยวงซิมโฟนีออเคสตร้าดุริยางค์ทหารเรือเต็มวง พร้อมศิลปินรับเชิญ อาทิ เรือตรี สันติ ลุนเผ่ การจัดนิทรรศการ “พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 กับงานนาวาสถาปัตย์” โดยมีเรือรบของกองทัพเรือลอยลำหน้าอ่าวดงตาล โดยกำลังพลประจำเรือจะร่วมจุดเทียน บริเวณดาดฟ้าเรือ ในการนี้จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ ตั้งแต่เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป โดยมีส่วนของพิธีจุดเทียนจะมีขึ้นในเวลา 19.30 น. ด้าน นาวาเอก ปิยะศักดิ์ นิลนิมิตร รองโฆษกกองทัพเรือ ได้กล่าวถึงการดำเนินการของกองทัพเรือเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และการจัดเตรียมเรือผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนหลิ่นฟา ส่งผลให้หลายจังหวัดในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในระหว่างวันที่ 11-12 ต.ค. นั้น กองทัพเรือได้รับการประสานจากจังหวัดเพชรบุรี ขอรับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำ พร้อมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการผลักดันน้ำบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเร่งการระบายน้ำลงสู่ทะเลหลังจากที่เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง จนเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดเพชรบุรี ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือจึงได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ (ฉก.ผลักดันน้ำ) รวมทั้งสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจำนวน 20 ลำ พร้อมกำลังพล อุปกรณ์ และยุทโธปกรณ์ เพื่อปฏิบัติภารกิจผลักดันน้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีตามที่ได้รับการร้องขอ และจะมีพิธีปล่อยขบวนลำเลียงเรือผลักดันน้ำชุดแรกจำนวน 10 เครื่อง ในวันนี้ เวลา 11.00 น. ณ อู่เรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ (อจปร.อร.) ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยพลเรือโท ก้องเกียรติ สัจวุฒิ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เป็นประธานในพิธี ซึ่งเรือกองทัพเรือจะทำการติดตั้งเรือผลักดันน้ำที่บริเวณวัดคุ้งตำหนัก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 20 ลำ เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ปัจจุบันจนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ กองทัพเรือ โดย พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ให้ความสำคัญในด้านการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งถูกบรรจุไว้ในนโยบายกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ 2564 ด้านกิจการพลเรือน ในการพัฒนาระบบงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการช่วยเหลือประชาชนทั้งทางบก และทะเล ในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ และในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ โดยเน้นให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุจนสถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ ด้าน นาวาโทหญิง มธุศร เสิศพานิช รองโฆษกกองทัพเรือ ได้แนะนำช่องทางการรับทราบข้อมูลข่าวสารจากทางกองทัพเรือ มีสำนักงานโฆษกกองทัพเรือเป็นช่องทางหลัก โดยจะมีการผลิตวิดีทัศน์การแถลงเรื่องต่างๆ นำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่สำคัญได้แก่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ กองทัพรือ Royal Thai Navy เฟซบุ๊กแฟนเพจโฆษกกองทัพเรือ เว็บไซต์กองทัพเรือ ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เน้นย้ำกับกำลังพลให้ระมัดระวังในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) มิให้เป็นเครื่องมือในการทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมด้วย