เวทีแข่งทักษะวิชาชีพระดับชาติอาชีวะ ครั้ง 28 สอศ.ย้ำสร้าง“เด็กดี”สืบสานพระราชปณิธาน
เสกสรร สิทธาคม
seksan2493@yahoo.com
“...เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาของเศรษฐกิจ การที่ต้องใช้รถไถต้องไปซื้อ เราต้องใช้ต้องหาเงินมาสำหรับซื้อน้ำมันสำหรับรถไถ เวลารถไถเก่าเราต้องยิ่งซ่อมแซม แต่เวลาใช้นั้นเราก็ต้องป้อนน้ำมันให้เป็นอาหาร เสร็จแล้วมันคายควัน ควันเราสูดเข้าไปแล้วก็ปวดหัว ส่วนควายเวลาเราใช้เราก็ต้องป้อนอาหาร ต้องให้หญ้าให้อาหารมันกิน แต่ว่ามันคายออกมา ที่มันคายออกมาก็เป็นปุ๋ย แล้วก็ใช้ได้สำหรับให้ที่ดินของเราไม่เสีย...”
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรเนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ 9 พฤษภาคม 2529
1) มีทัศนคติที่ดีที่ถูกตองตอบานเมือง 2) มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง 3) มีคุณธรรม และ 4) มีงาน มีอาชีพ สามารถเลี้ยงตนเองเลี้ยงครอบครวัไดและเปนพลเมืองที่ดี
พระราโชบายดานการศึกษา มุง สรางพื้นฐานใหแกผูเรียน 4 ดาน ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การศึกษาวิชาชีพหรืออาชีวศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ผู้บริหารกระทรวงที่ดูแลกรมนี้พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.)น้อมนำแนวพระราชดำริหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรและน้อมนำพระราโชบายด้านการศึกษาสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ผู้บริหารสอศ.นำโดยดร.สุเทพ ชิตยวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.)เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดอาชีวะทั่วประเทศทุกแห่งนำสู่การปฏิบัติในครูอาจารย์ที่ปรกติเรียนเขียนอ่านไปพร้อมๆกับเรียนทำอาชีพจริงๆ ฝึกปฏิบัติตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนไม่นานทำงานได้เก่ง แม้จะยังเรียนอยู่ ทำต่อเนื่อง จนจบชั้นสูงสุดเมื่อก่อนแค่ปวส.แต่วันนี้ขยายไปถึงปริญญาตรี ก็ทำอาชีพเก่ง ชำนาญ มีทักษะ มีพัฒนาการเรียนรู้ต่อยอดการสร้างนวัตกรรม สนองตอบเป็นเป้าหมายคือเป็นคนดีมีงานทำ มีจิตอาสามุ่งทำประโยชน์แก่ส่วนรวมเป็นสำคัญ
โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงฯอบรมบ่มนิสัยปลูกความเป็นคนดี อบรมบ่มนิสัยให้ละห่างจากความโลภมาก หากแต่มีสำนึกความเสียสละ รู้จักให้ รู้จักแบ่งปัน โดยยึดมั่นในความกตัญญูทำกิจกรรมการงานด้วยความขยัน รู้จักอดทนอดกลั้น ฯลฯเป็นหลักคุณธรรมเพื่อสร้างคนเป็นคนดีของครอบครัวของสังคมของชาติบ้านเมืองที่ผู้บริหารสอศ.ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
แล้วที่ผู้บริหารสอศ.น้อมนำมาประกาศเป็นนโยบายปฏิบัติแก่ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวะทั้งประเทศคือการสนองพระราโชบายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงตั้งพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชดำริ โดยได้พระราชทานพระราโชบายพื้นฐานด้านการศึกษา 4 ประการ สร้างคนดีให้บ้านเมือง นี่คือหัวใจที่แห่งความต้องการของตลาดแรงงานทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นงานเกษตรงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง ถักทอ ตัดเย็บทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ต้องการคนดี คนเก่งเข้าร่วมงานทั้งสิ้น
ช่วงวันที่2-6 กพ.62ที่ผ่านสอศ.จัดกิจกรรมการแข่งขันทักษะวิชาชีพและทักษะวิชาพื้นฐานระดับชาติในนามองค์การวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย(อวท.)ประจำปี2561 ครั้งที่28 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการกอศ.ประธานเปิดงาน เปิดเผยสื่อมวลชนว่า สอศ. จัดแข่งขันทักษะวิชาชีพ และทักษะวิชาพื้นฐาน ระดับชาติ ครั้งที่ 28 ประจำปีการศึกษา 2561ในชื่อ "เครือข่าย อวท.กว้างไกล นำอาชีวะไทยสู่สากล" ช่วงวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2562 ณ โรงแรมนิภาการ์เดน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเป็นกิจกรรมเวทีใหญ่ของนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาซึ่งเป็นสมาชิกองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย หรือ (อวท.)ทั้งประเทศ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ด้านวิชาการ และทักษะวิชาชีพ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของสมาชิกทั่วประเทศ ผ่านผลงานจากการลงมือทำฝึกฝนจนชำนาญรวมถึงจัดนิทรรศการด้านวิชาการต่อสาธารณชน
เลขาธิการกอศ.กล่าวว่าที่สำคัญอันจะปรากฏในวิถีปฏิบัติร่วมกันของแต่กลุ่มแต่ละวิทยาลัยคือการแสดงออกที่สื่อให้ประจักษ์ถึงความเป็นคนดี คือการทำงานเป็นทีมด้วยความรักเมตตาสามัคคีต่อกันให้อภัยกัน มีความมุ่งมั่นรับผิดชอบในภารกิจแต่ละหน้าที่โดยไม่ได้ตั้งเป้าว่าต้องชนะแต่ตั้งหัวใจร่วมกันว่าทำให้ดีที่สุดอันจะนำไปสู่ความสมบูรณ์ของชิ้นงานนั้นๆที่สามารถใช้ประโยชน์แก่ส่วนรวมและเป็นจุดเริ่มต้นการนำไปเป็นเครื่องมือสร้างอาชีพ มีงานทำที่เกื้อกูลสังคมได้ภายในงานแบ่งเป็น 2 กิจกรรมหลัก คือ 1.การแข่งขันทักษะวิชาชีพ ในสาขาวิชาต่างๆ เช่น ช่างยนต์ ช่างกล ช่างเชื่อม การออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิก การเขียนแบบสถาปัตยกรรม การทำอาหาร เครื่องแต่งกาย เป็นต้น และ 2.การประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) ซึ่งสมาชิกฯ จะได้แสดงถึงความจงรักภักดีพระมหากษัตริย์ไทย ได้เรียนรู้เป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี มีความรับผิดชอบ และความสามัคคี และจิตอาสา โดยมีสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐและเอกชนเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 385 แห่ง จำนวนนักเรียนนักศึกษาที่ร่วมงาน 7,000 คน
“นอกจากการแข่งขันทักษะวิชาชีพเพื่อถูกคัดเลือกเป็นผลงานระดับชาติประจำครั้งที่ 28 แล้วยังมีการประชุมสมาชิกองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ซึ่งสอศ.ได้จัดให้มีการประเมินองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และสมาชิกดีเด่นโครงการภายใต้การนิเทศ โดยมุ่งเน้นคุณธรรมนำวิชาชีพ สนับสนุนให้สมาชิกเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข ตลอดจนสร้างสรรค์ความสามารถในหมู่คณะ จนสามารถพัฒนากิจกรรมองค์การให้มีความเจริญก้าวหน้า เพื่อพัฒนามาตรฐานองค์การฯ ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน สอดคล้องกับคุณภาพมาตรฐานเพื่อความเป็นสากล อันเกิดจากหลักการน้อมนำพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแนวทางคุณธรรมดำเนินชีวิตเพื่อหลอมความเป็นคนดี คนเก่งอย่างจริงจัง และกิจกรรมแบ่งประเภทของการประเมินออกเป็น 2 ส่วน คือ ประเมินองค์การมาตรฐานดีเด่น และประเมินสมาชิกดีเด่น ในประเภทสถานศึกษาขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ และการบริการ Fix-it Center (ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน) กิจกรรมฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น 108 อาชีพ เพื่อให้นักศึกษา และสมาชิกองค์การนักวิชาชีพฯ ในแต่ละสถานศึกษาได้มีประสบการณ์ในการเพิ่มทักษะฝีมือผ่านการทำกิจกรรม”ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์กล่าว
มีโอกาสได้พูดคุยสอบถามความรู้สึกทีมนักเรียนนักศึกษาที่ร่วมแข่งขันทักษะหลายแผนกหลายทีม ทั้งทำอาหาร ออกแบบแฟชั่น จัดดอกไม้ ช่างยนต์ ช่างก่อสร้างเป็นต้นที่เมื่อชนะในครั้งนี้ก็จะเป็นที่หนึ่งระดับชาติของครั้งที่28 นี้(ประจำปี2561)บอกตรงกันว่าได้ใช้ความรู้และทำการฝึกฝนจริงๆจนเกิดทักษะได้เอาไปใช้ประโยชน์ในการทำอาชีพจริง จนทำให้มีรายได้ระหว่างเรียน หรือได้นำไปช่วยประชาชนในโครงการฟิกซ์ อิท ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อประชาชน ในกิจกรรมจิตอาสาช่วงเทศกาลหรือโครงการพิเศษชองส่วนราชการในพื้นที่ ประสบการณ์ดังกล่าวก่อผลมาถึงการแสดงผลงานแข่งขันทักษะวิชาชีพมาทุกระดับ โดยที่ครูอาจารย์จะเน้นย้ำให้ได้ตระหนักตลอดว่าวิถีเหล่านี้แม้เป้าหมายคือสร้างอาชีพสร้างรายได้ แต่ก็ต้องอย่าลืมความประหยัดความเอื้อเฟื้อ การรู้จักให้แบ่งปันไม่ใช่คิดแต่ผลประโยชน์อย่างเดียว อันเป็นการเดินตามหลักความพอเพียงฯ