พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงติดตามการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิมงคล
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา เวลา 17.48น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ องค์ประธานคณะผู้ออกแบบโครงการพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) เสด็จติดตามตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ ศิลปกรรมไทยองค์สำคัญองค์สุดท้ายในสมัยรัชกาลที่ 9แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
โอกาสนี้ ก่อนเริ่มทรงงาน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จไปยังกุฏิพระธรรมวิสุทธิมงคลทรงกราบอัฐิธาตุ และรูปเหมือนพระธรรมวิสุทธิมงคลพร้อมวางพานพุ่มดอกบัว ถวายสักการะ พร้อมกันนั้นทรงนมัสการพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน เจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) และพระอาจารย์อินถวายสันตุสสโกเจ้าอาวาสวัดป่านาคําน้อย จากนั้นเสด็จไปยังบริเวณก่อสร้างของโครงการฯ
ในการนี้ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กราบทูลถวายรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างในส่วนของโครงสร้างแล้วเสร็จไปกว่า 85 % และภาพรวมของโครงการทั้งหมดมีความคืบหน้ามากกว่า50 % ส่วนที่เหลืออีก50% นั้นเป็นงานในส่วนศิลปกรรมไทย และงานระบบ โดยพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิมงคลฯ นี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้ศรัทธาสาธุชนเข้าเยี่ยมชมได้ในช่วงกลางปี 2563เพื่อระลึกถึงหลักธรรมคำสอนของหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดีเพื่อพระพุทธศาสนา ประเทศชาติ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน
จากนั้น เสด็จพระดำเนินไปยังบริเวณสถานที่ก่อสร้างฯทั้ง 3 อาคาร ประกอบด้วย ส่วนพระเจดีย์ ส่วนพระวิหาร และส่วนพิพิธภัณฑ์ ทรงตรวจติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างในส่วนต่าง ๆรวม 6 จุด ดังนี้
1) บริเวณด้านหน้าของโครงการฯ จัดแสดงภาพถ่าย รูปตัด/แบบแปลน รวมถึงจัดแสดงความก้าวหน้าของ โครงการฯ ในรูปแบบ S-curve และความก้าวหน้าของแต่ละหมวดงาน
2) ลานประทักษิณพระเจดีย์ จัดแสดงความคืบหน้าในส่วนของรายละเอียดงานซุ้มประทีปชิ้นงานโลหะทองแดง งานขึ้นหุ่นลวดลายต่างๆ งานหล่อยอดฉัตรทองคำ รายละเอียดห้องพระบรมสารีริกธาตุ และภาพ Perspective งานตกแต่งหินอ่อนในพระเจดีย์ อาทิรูปสลักปูนปั้นภายในพระเจดีย์ยอดฉัตรทองคำที่มีความสูง 113 เซนติเมตร
3) ส่วนพระวิหาร จัดแสดงชิ้นงานหลังคาทองแดง รูปตัดองค์พระประธาน ภาพถ่ายงานหล่อสำริด(Bronze)ขนาดเท่าจริงของพระมหาเถระ 3 รูป ได้แก่ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตและหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
4) ส่วนพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงแบบแปลนการจัดนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ทั้ง 6 โซนดังนี้
- ธรรมของพระพุทธเจ้า
- จากกตัญญูมีสัจจะสู่ร่มกาสาวพัสตร์
- การปริยัติ มุ่งมั่น เพียรพยายามสู่การปฏิบัติ
- บารมีหลวงตาช่วยชาติ
- เมตตา อบรมสั่งสอน
- ละสังขาร ศิษยานุศิษย์ สามัคคีบูชา
5) จุดบรรยายแนวแกนโครงการ
6) จุดบรรยายพื้นที่ปลูกต้นกระดุมทองบริเวณหน้าโครงการฯ โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯก่อสร้างบนพื้นที่ขนาด181 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา บริเวณด้านหน้าทางเข้าวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานบรรจุอัฐิธาตุ สถานที่รวบรวมประวัติหนังสือ คำสอน เครื่องอัฐบริขารและเพื่อระลึกถึงคุณูปการของพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัวญาณสัมปันโน)ในฐานะที่เป็น “ถูปารหบุคคล”(ถู-ปา-ระ-หะ-บุก-คน) หรือบุคคลผู้ควรแก่การสร้างสถูปเจดีย์ไว้บูชาของชาวจังหวัดอุดรธานีและประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในการใช้ธรรมะ ช่วยเหลือวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศเมื่อ พุทธศักราช2540 ในรูปแบบดำเนินการทอดผ้าป่าทองคำและเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ชื่อ "โครงการผ้าป่าช่วยชาติ”รวมทั้งเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนให้ถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติ และทำความดีเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไป
โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทรงรับเป็นประธานโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ และเสด็จเป็นองค์ประธานพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 30 มกราคม พุทธศักราช2556 ซึ่งตรงกับวันที่หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโนละสังขารครบ 3 ปี จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์และทีมงานสยามรีโนเวท เป็นผู้ดำเนินการออกแบบก่อสร้างโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการออกแบบใดๆ ทั้งสิ้น
ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ในฐานะองค์ประธานคณะผู้ออกแบบและทีมงานจากสำนักงาน สยามรีโนเวท ได้ดำเนินการออกแบบพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ โดยวางผังกลุ่มอาคารตามคติความเชื่อแผนภูมิจักรวาล ประกอบด้วยอาคาร3 หลัง ได้แก่พระเจดีย์ พระวิหาร และพิพิธภัณฑ์ กำหนดวางองค์พระเจดีย์เป็นศูนย์กลางของกลุ่มงานสถาปัตยกรรมทั้งหมด โดยให้แกนของพระเจดีย์มุ่งสู่ศูนย์กลางคือจิตกาธานองค์หลวงตาพระมหาบัวฯ และรักษาแนวแกนการก่อสร้างไปในทิศทางเดียวกับแดนพุทธภูมิ คือ เมืองพาราณสี สาธารณรัฐอินเดีย เพื่อสื่อความหมายว่าศาสนพิธีทั้งปวงที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ จะมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นองค์ประธานร่วมรับรู้ในพิธีกรรมเหล่านั้นทุกครั้ง อีกทั้งยังทำให้พุทธศาสนิกชนที่มากราบไหว้พระเจดีย์องค์หลวงตาพระมหาบัวฯ ได้กราบจิตกาธานองค์หลวงตาพระมหาบัวฯ พร้อมกับได้กราบพระบรมศาสดา ณ เมืองพาราณสี ในคราวเดียวกันด้วย
นอกจากนี้ ลักษณะของพระเจดีย์ พระวิหาร และพิพิธภัณฑ์นั้น ได้รับแรงบันดาลใจสร้างสรรค์จากสถาปัตยกรรมศิลปะล้านช้าง ผสมผสานกับศิลปะยุคกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงการสืบทอดพระพุทธศาสนาในถิ่นอีสานที่ยังคงดำรงอย่างมั่นคง และเจริญรุ่งเรืองต่อไป
โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ นี้ นับว่าเป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงการร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมศรัทธาของคณะทำงานทุกฝ่ายที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้วยพลังศรัทธาอย่างแรงกล้าที่มีต่อหลวงตาพระมหาบัวฯ และพระพุทธศาสนา ซึ่งสามารถเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า"พระพุทธศาสนา-พระมหากษัตริย์-ชาติแผ่นดิน-ประชาชน" จะโอบเอื้อ เกื้อกูล หนุนนำ อยู่ภายใต้ผืนแผ่นดินไทยอย่างยั่งยืนสืบไป