กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตร มมส ปีการศึกษา 2567 บัณฑิตกว่า 7,000 คน

ราชสำนัก27 เม.ย. 2569 • 19:13 น.
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตร มมส ปีการศึกษา 2567 บัณฑิตกว่า 7,000 คน

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ไปมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 รวมกว่า 7,297 คน ณ จังหวัดมหาสารคาม พร้อมพระราชทานพระราโชวาทแก่บัณฑิต โดยเน้นการพัฒนาความรู้ควบคู่ภูมิปัญญาไทยและนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

วันที่ 27 เม.ย.69 เวลา 10.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปีการศึกษา 2567 เป็นวันแรก

ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.นิตยา วรรณกิตร์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและภาพลักษณ์องค์กร เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ นายกสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม กราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กราบบังคมทูลรายงานกิจการของมหาวิทยาลัย และเบิกผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ได้แก่ นายพลากร สุวรรณรัฐ ปริญญาปรัชญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ พลโท บุญสิน พาดกลาง ปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล)

และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นประจำปี ซึ่งถือเป็นบุคคลที่สร้างคุณงามความดีทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ สมควรได้รับพระราชทานรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ ประเภทศิษย์เก่าดีเด่น นายพุทธภูมิ นาชัยเริ่ม ประเภทผู้ทำคุณประโยชน์ให้มหาวิทยาลัย นายประภาส ชลศรานนท์ สาขาวิชาชีพ นายนิธิ สถาปิตานนท์ สาขาทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม นางสาวอรทัย ดาบคำ (ต่าย อรทัย)

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีนโยบายส่งเสริมและเชิดชูเกียรตินักวิจัย ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการหรือสังคมวิชาการทั่วไป ตลอดจนเพื่อเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการทำงานวิจัย มหาวิทยาลัยได้มอบรางวัลให้แก่บุคลากรที่มีผลงานโดดเด่น ได้แก่

- รางวัลนักวิจัยดีเด่น (กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) รองศาสตราจารย์สิริยาภรณ์ แสงอรุณ

- รางวัลนักประดิษฐ์นวัตกรรมคิดค้นดีเด่น รองศาสตราจารย์สมศักดิ์ นวลแก้ว

- รางวัลอาจารย์ผู้สอนดีเด่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์เทพอุทิศ กั้วสิทธิ์ (คณะแพทยศาสตร์)

จากนั้น อธิการบดีกราบบังคมทูลเบิกผู้เข้ารับพระราชทานทุนภูมิพล ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 30 ราย ในปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี รวมทั้งสิ้น 7,297 คน และ ในวันแรกมีบัณฑิตเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จำนวน 3,691 คน

ภายหลังพิธีพระราชทานปริญญาบัตร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาทแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ความสำคัญตอนหนึ่งว่า

“สังคมในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว. เทคโนโลยีและนวัตกรรม ก็ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง. การที่บัณฑิตจะสามารถดำเนินชีวิตและประกอบกิจการงานให้บรรลุถึงความเจริญมั่นคงได้ จะต้องสร้างเสริมเพิ่มพูนความรู้ที่ได้รับจากมหาวิทยาลัย ให้สูงขึ้นกว้างขวางลึกซึ้งขึ้น และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่เสมอ. ในขณะเดียวกัน ก็ควรจะได้ศึกษารากฐานความเป็นไทยและภูมิปัญญาตั้งเดิม ให้เข้าใจซาบซึ้งและกระจ่างขัดด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้เมื่อนำมาผสมผสานกับองค์ความรู้และวิทยาการสมัยใหม่อย่างเหมาะสมแล้ว ก็สามารถบังเกิดเป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่า มีความสร้างสรรค์ และสอดคล้องต้องกันกับบริบทของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี จึงขอให้บัณฑิตทุกคนนำสิ่งที่พูดนี้ไปพิจารณาปรับใช้ และไม่ว่าจะประพฤติปฏิบัติการใดก็ตามขอให้มีความศรัทธาในงานที่ทำ มีความเพียรอันกล้าแข็ง และมีสติปัญญาที่จะไตร่ตรองอย่างรอบคอบให้งานที่ทำนั้นเป็นประโยชน์แท้จริง คือเป็นทั้งการเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ เป็นทั้งการต่อขอดองค์ความรู้ ตลอดจนธำรงรักษาวัฒนธรรมอันดีงามและคุณค่าของสังคมไทยให้ดำรงมั่นคงสืบต่อไปไม่มีวันเสื่อมสูญ”

ในโอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายเวฬุวัน อินทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาโพธิ์ นำคณะผู้บริหารโรงพยาบาลนาโพธิ์ และคณะกรรมการวัดหนองแดง (รวม 10 ราย) เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึกการเสด็จฯ ไปในพิธีเททองหล่อพระเกศ และพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธสิริเกษตร และทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการจำหน่ายหนังสือ โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ