สอศ. ส่งมอบชุดโซลาเซลล์พระราชทาน ช่วยเหลือประชาชนพื้นที่ภัยพิบัติจ.สุราษฎร์ฯ

ราชสำนัก24 พ.ย. 2562 • 14:10 น.
สอศ. ส่งมอบชุดโซลาเซลล์พระราชทาน  ช่วยเหลือประชาชนพื้นที่ภัยพิบัติจ.สุราษฎร์ฯ
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ณ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี มีพิธีส่งมอบชุดโซล่าเซลล์พระราชทาน ให้กับพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 131 จุด โดย นายณรงค์ แผ้วผลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(เลขาธิการกอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้สนองพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานเงินให้ จัดทำอุปกรณ์โซล่าเซลล์ที่สามารถ ใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่ ชาร์จวิทยุสื่อสาร เพื่อใช้ในกรณีที่พื้นที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ โดยสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ได้มอบหมายให้สอศ. ดำเนินการโครงการใน 3 จังหวัด คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวม 364 จุด ซึ่ง สอศ.ส่งมอบไปเรียบร้อยแล้ว 2 พื้นที่ คือจังหวัดชุมพร 68 จุด และ จังหวัดนครศรีธรรมราช 165 จุด และในพิธีมอบชุดโซล่าเซลพระราชทานครั้งนี้เลขาธิการได้มอบหมายให้ดร.ประชาคม จันทรชิตผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานพร้อมด้วย นายชัยมงคล เสนาสุ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษามอบชุดโซล่าเซลล์พระราชทาน ให้กับพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 131 จุด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีนายวิชวุทย์ จินโตเป็นประธานรับมอบ ดร.ประชาคม จันทรชิต กล่าวว่านับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานพระราชทรัพย์ให้สอศ.จัดทำชุดอุปกรณ์โซล่าเซลล์ชุมชนพลังงานสำรองเพื่อการสื่อสารในภาวะภัยพิบัติ ด้วยพระเมตตาอันเกิดจากพระราชหฤทัยห่วงใยประชาชนในพื้นที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่สอศ. ดำเนินการจัดทำโครงการนำร่องเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติในจังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงภัย ภายใต้โครงการที่ได้รับเงินพระราชทานบริจาคช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติภาคใต้ โดยนำร่อง ๓ จังหวัด คือจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี อาชีวศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบหมายให้ 5 วิทยาลัย รับผิดชอบติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ณ ที่ทำการกำนัน ใน 19 อำเภอ จำนวน 131 ตำบล ดำเนินการโดยคณะครู และนักเรียน นักศึกษา สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ สร้างระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อการสื่อสารในชุมชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ช่วยเหลือประชาชนให้มีพลังงานไฟฟ้าใช้สำรองในยามที่ไฟฟ้าถูกตัดขาด โดยต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านหัวหน้าส่วนราชการ ท่านผู้นำท้องถิ่น โดยเฉพาะท่านกำนันทุกท่าน ตลอดจนประธานชุมชน ที่ให้การดูแลช่วยเหลือและประสานงานทำให้โครงการนำร่องเตรียมความพร้อมในการรับมือ ภัยพิบัติในจังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงภัย “โซล่าเซลล์ชุมชนพลังงานสำรองเพื่อการสื่อสารในภาวะภัยพิบัติ” ภายใต้โครงการที่ได้รับเงินพระราชทานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติภาคใต้ สำเร็จไปด้วยดี และยังประโยชน์แก่ประชาชน ต่อไป นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีในนามประธานรับมอบกล่าวว่ารู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบภัยพิบัติประสบทุกข์พระราชทานเงินเพื่อดำเนินการบรรเทาทุกข์ดังกล่าวคือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดทำชุดโซล่าเซลล์ชุมชนพลังงานสำรองเพื่อการสื่อสารในภาวะภัยพิบัติ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาสนองพระมหากรุณาธิคุณดำเนินการจัดทำชุดอุปกรณ์“โซล่าเซลล์ชุมชนพลังงานสำรองเพื่อการสื่อสารในภาวะภัยพิบัติ” ภายใต้โครงการที่ได้รับเงินพระราชทานบริจาคช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติภาคใต้ ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ประสบภัยพิบัติที่รุนแรง หลายครั้ง ด้วยพระเมตตาบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ทรงช่วยเหลือให้ประชาชนในจังหวัดผ่านพ้นวิกฤตภัยพิบัติ และเมื่อต้นปี พ.ศ. 2562 ประชาชนหลายจังหวัดของภาคใต้ได้รับความเดือดร้อนจากพายุ โซนร้อนปาบึก ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ พระราชทานความช่วยเหลือบริจาคเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เพื่อเป็นพลังงานสำรองใช้จ่ายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์สื่อสาร ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ณ ที่ทำการกำนันทุกตำบล เพื่อให้มีความคล่องตัวในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย จากพระราชทรัพย์พระราชทาน นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และขอขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และอาชีวศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ให้คณะครูและนักเรียน นักศึกษา ดำเนินการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ณ ที่ทำการกำนัน ใน 19 อำเภอ จำนวน 131 ตำบล นั้น นับว่าเป็นการช่วยเหลือ และบรรเทาภัยพิบัติให้แก่ประชาชนได้อย่างสูงสุด และขอชื่นชมสถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี วิทยาลัยการอาชีพไชยา วิทยาลัยการอาชีพเวียงสระ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนดิษฐ์ และวิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนผู้ที่ให้ความช่วยเหลือทุกคนทุกภาคส่วน ด้านนายชัยมงคล เสนาสุ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สอศ. ได้ดำเนินการจัดทำชุดโซล่าเซลล์ชุมชนพลังงานสำรอง เพื่อการสื่อสารภัยพิบัติ เสร็จเรียบร้อยแล้วโดยใช้เวลาทำ 5 เดือน ซึ่งเป็นผลงานของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาจิตอาสา ถือเป็นการเตรียมความพร้อม และฝึกทักษะฝีมือให้แก่นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งจะเป็นการเรียนการสอนเพื่อมีงานทำ และงานบริการต่อไปในอนาคต