วันที่ 15 ส.ค.69 ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่อบเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เปิดเผยว่า โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล (ปลาย Low Season เข้าสู่ High Season) ถ้าหากโครงการมีกำหนดเริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะเป็นช่วงรอยต่อปลายฤดูฝนเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวหลักของจังหวัดตราด พอดีการสนับสนุนส่วนลดค่าที่พัก 50% (สูงสุด 3,000 บาท/สิทธิ์) จะช่วยเร่งการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เดินทางมายังเกาะหลัก เช่น เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก เร็วขึ้น
“ผมมองเชิงบวกของโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสจะช่วยเพิ่มการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนบนฝั่งครับ เนื่องจากการปรับเพิ่มวงเงินคูปองดิจิทัล (E-Voucher) เป็น 1,000 บาทต่อสิทธิ์ (จากเดิม 500 บาท) ที่สามารถนำไปใช้กับร้านอาหาร, บริการนวด/สปา, ร้านขายของที่ระลึก, ทัวร์ One Day Trip และรถเช่า จะช่วยกระจายเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวไม่ให้กระจุกอยู่แค่โรงแรมใหญ่ แต่ลงไปถึงผู้ประกอบการรายย่อย สวนผลไม้ และร้านค้าในชุมชนบริเวณฝั่งเมืองตราดได้โดยตรง ซึ่งเป็นการส่งเสริมที่ถูกจุด และช่วยกระตุ้นความต้องการเดินทางมาเที่ยวได้มากกว่าโครงการในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งวันธรรมดาและวันหยุด“
ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด กล่าวว่า เนื่องจากโครงการนี้สามารถใช้สิทธิ์ได้ในทุกวันโดยไม่มีข้อจำกัดแยกวันธรรมดาหรือวันหยุด จึงจะช่วยเพิ่มอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ในวันธรรมดา ลดปัญหาการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ผู้ประกอบการที่พักในตราดสร้างรายได้สม่ำเสมอขึ้น และจะช่วยตอกย้ำโครงสร้างการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ (High-Value Tourism)ได้ดี โดยดูจากสถิติของตราดที่มีแนวโน้มรายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากมีส่วนลดที่พักระดับพรีเมียมจากรัฐบาล 50% จะยิ่งส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเลือกจองที่พักคุณภาพสูงหรือขยายระยะเวลาพักค้างคืน (Length of Stay) ให้ยาวนานขึ้น จะดันยอดรายได้รวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดช่วงปลายปีให้ทะลุเป้าหมาย
“โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 ในไตรมาส 4 นี้ จึงไม่ใช่แค่มาตรการกระตุ้นยอดขายระยะสั้นครับ แต่มันคือ 'สะพานเชื่อม' สู่ยุทธศาสตร์ใหญ่ของ ททท. ปี 2570 (The Year of Transformation) ที่มุ่งเปลี่ยนการท่องเที่ยวตราดจาก 'การขายสถานที่' ไปสู่ 'การขายประสบการณ์ทรงคุณค่า' (Experience-Driven) จังหวัดตราดเดินมาถูกทางในการมุ่งสู่ High-Value Tourism ครับ เราไม่ได้เน้นแข่งกันที่จำนวนคน แต่เน้นแข่งกันที่ 'คุณค่าและความหมาย' โดยเฉพาะการตอกย้ำให้ตราดเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Eastern Sea Healing หรือหมุดหมายแห่งการพักผ่อนเยียวยาชีวิต ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมที่ยินดีใช้จ่ายต่อทริปสูงขึ้น ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม High Value ให้เดินทางมาพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกาย ตราดจะส่งมอบประสบการณ์ทรงคุณค่า และทำให้ตราดเติบโตอย่างยั่งยืน“
ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์การท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2569 นั้นคาดการณ์ว่าในช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2569 (ไตรมาสที่ 4) ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนและภาพรวมการเติบโต จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
คือ ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวหลักของจังหวัดตราด ทะเลคลื่นลมสงบ เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวเกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก อีกทั้ง จะได้รับแรงกระตุ้นจากโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569" ที่อาจจะเริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จำนวน 500,000 สิทธิ์ จะช่วยเร่งการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ออกเดินทางเร็วขึ้นและกระจายตัวตลอดช่วงปลายปี
รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การปรับเพิ่มวงเงินคูปองดิจิทัลเป็น 1,000 บาทต่อสิทธิ์ (จากเดิม 500 บาท) ที่ใช้ครอบคลุมร้านอาหาร สปา ของที่ระลึก และบริการเดินทาง จะอัดฉีดเม็ดเงินโดยตรงไปยังร้านค้าชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นบนฝั่งเมืองตราด ประกอบกับพฤติกรรมการใช้จ่ายต่อหัวสูงขึ้น จากแนวโน้มสถิติที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวไทยในตราดมีอัตราการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่รัฐสนับสนุนค่าที่พัก 50% (สูงสุด 3,000 บาท/สิทธิ์) จะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเลือกพักรีสอร์ตระดับคุณภาพและเพิ่มระยะเวลาพักค้างคืน (Length of Stay) ยาวนานขึ้น
ภูมิภาค-24








