ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร เดินหน้าคุมเข้มการทำประมงในพื้นที่ทะเลชายฝั่ง จัดกำลังออกลาดตระเวนบริเวณหน้าอ่าวชุมพร ก่อนพบเรือประมงอวนครอบปลากะตัก 2 ลำเข้าข่ายกระทำผิด จึงเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหารวม 12 ราย พร้อมนำเรือกลับเข้าฝั่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดย นายประสาร ศรีงาม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร มอบหมายให้ นายน้ำเพชร ศรีพรหม เจ้าพนักงานเดินเรือปฏิบัติงาน พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 5 นาย นำเรือยาง ย.04-68 ออกปฏิบัติภารกิจควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมงในพื้นที่ทะเลชายฝั่ง บริเวณหน้าอ่าวชุมพร
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบ เรือประมงที่ใช้เครื่องมืออวนครอบปลากะตัก จำนวน 2 ลำ จึงเข้าตรวจสอบ ก่อนดำเนินการจับกุมผู้ต้องหารวม 12 ราย
จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการทำประมงในเขตทะเลชายฝั่งจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องมือ วิธีการ และพื้นที่ทำการประมงอย่างชัดเจน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการ ร่วมกันทำการประมงด้วยเครื่องมืออวนครอบปลากะตักในเขตทะเลชายฝั่งจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นการฝ่าฝืน กฎกระทรวง เรื่องกำหนดเขตทะเลชายฝั่ง ในบริเวณจังหวัดชุมพร พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565
รวมถึงฝ่าฝืน ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดเครื่องมือทำการประมง วิธีทำการประมง และพื้นที่ทำการประมง ที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง พ.ศ. 2566 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2566
ทั้งนี้ เป็นความผิดตาม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 71 (1) โดยมีบทลงโทษตาม มาตรา 147 และมาตรา 169
หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำเรือประมงอวนครอบปลากะตักทั้ง 2 ลำกลับเข้าฝั่ง ณ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมเรือและพยานหลักฐานส่ง สภ.ปากน้ำชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนการเดินหน้าคุมเข้มพื้นที่ทะเลชายฝั่งของจังหวัดชุมพร โดยเฉพาะการตรวจสอบการใช้เครื่องมือประมงให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว ผู้ประกอบการประมงจึงควรตรวจสอบพื้นที่ เครื่องมือ และวิธีการทำประมงให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการกระทำผิดและรักษาทรัพยากรทะเลของชุมพรให้คงอยู่ต่อไป








