ระทึกกลางดึก! แม่ค้าขายอาหารขับรถตู้มุ่งหน้าตลาดวังจันทร์ เจอเงาดำขวางถนนคิดว่าเป็นเงาต้นไม้ ก่อนพบเป็นช้างป่ากำลังเดินข้ามถนน เบรกไม่ทันพุ่งชนเต็มแรง รถด้านหน้าพังยับ คนขับเจ็บแน่นหน้าอก-คิ้วแตก แพทย์เย็บ 4 เข็ม ส่วนช้างป่าเสียหลักล้มลงกอหญ้า ก่อนลุกวิ่งหนีเข้าป่า เจ้าหน้าที่เร่งติดตาม ประสานสัตวแพทย์ตรวจสอบอาการ พร้อมเตือนผู้ใช้รถเส้นทางดังกล่าวระวังช้างป่าออกหากินช่วงกลางคืน
เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 10 ส.ค. 2569 พ.ต.ท.ไฉว ชินวงษ์ สว.(สอบสวน) สภ.วังจันทร์ จ.ระยอง รับแจ้งเหตุ รถยนต์ตู้ชนช้างป่า บริเวณหลัก กม.ที่ 71+100 ถนนสายบ้านบึง–แกลง ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ป่ายุบใน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้ โตโยต้า คอมมูเตอร์ สีขาว ทะเบียนชลบุรี จอดอยู่ริมถนน สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายยับเยินจากแรงปะทะ ส่วนคนขับทราบชื่อ น.ส.สุจิรา อายุ 50 ปี อาชีพแม่ค้าขายอาหาร และเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือนำตัวออกจากรถ ก่อนส่งรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนใน จ.ชลบุรี เบื้องต้นมีอาการแน่นหน้าอก และมีบาดแผลแตกบริเวณคิ้ว แพทย์เย็บแผลจำนวน 4 เข็ม
จากการสอบถามเบื้องต้น น.ส.สุจิรา ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังตลาดในพื้นที่ อ.วังจันทร์ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุช่วงกลางดึก พบเห็นเงาดำอยู่บนพื้นถนนในระยะกระชั้นชิด โดยเข้าใจว่าเป็นเงาของต้นไม้ริมทาง จึงไม่ได้ชะลอความเร็ว กระทั่งขับเข้าใกล้จึงเห็นชัดว่าเป็น ช้างป่ากำลังเดินข้ามถนน ทำให้เบรกไม่ทัน รถพุ่งชนช้างเข้าอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น แรงปะทะทำให้ช้างป่าเสียหลักล้มลงไปในกอหญ้าริมทาง ก่อนจะตั้งหลักลุกขึ้นแล้ววิ่งหลบหนีเข้าป่า บริเวณ เขากะพง หมู่ 2 ต.ป่ายุบใน เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามร่องรอยช้างตัวดังกล่าว เพื่อเฝ้าสังเกตอาการและประเมินการบาดเจ็บ พร้อมประสานทีมสัตวแพทย์เข้าตรวจสอบ หากพบว่าได้รับบาดเจ็บรุนแรงจะเร่งให้ความช่วยเหลือและรักษาต่อไป
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตื่นตกใจแก่ผู้ใช้เส้นทาง โดยเจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนที่ต้องใช้ถนนสายบ้านบึง–แกลง โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ให้เพิ่มความระมัดระวัง ลดความเร็ว และสังเกตบริเวณข้างทางเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีช้างป่าออกมาหากินหรือเดินข้ามถนน หากพบช้างป่าบนเส้นทาง ไม่ควรเร่งเครื่องหรือบีบแตรไล่ แต่ควรชะลอและหยุดรถในระยะปลอดภัย รอจนช้างเดินพ้นเส้นทาง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำและลดความสูญเสียทั้งต่อคนและสัตว์ป่า








