วันที่ 9 สิงหาคม 2569เวลา17.30น. ณ วัดมะกอก บ้านโคกเพร็ก ตำบลทัพเสด็จ อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการยกระดับศิลปะและวัฒนธรรมพื้นที่ และสืบทอดภูมิปัญญาชุมชน กิจกรรมการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น ประชาชนชายแดน“พิธีแซนโฎนตา จำลอง” โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลทัพเสด็จ และภาคีเครือข่ายภาครัฐและชุมชน จัดขึ้น ภายในงานมีผู้แทนหน่วยงานและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม ทั้งปราชญ์ชุมชน ผู้นำท้องถิ่น เยาวชน ประชาชนชาวตำบลทัพเสด็จ และผู้เยี่ยมเยือนจากจังหวัดปทุมธานี อย่างคึกคัก
กิจกรรมภายในงาน เริ่มเวลา16.00น. มีขบวนแห่จำลอง "สืบสานศรัทธา แซนโฎนตา" ขบวนแห่เครื่องสังเวยและเครื่องแต่งกายพื้นถิ่น จากนั้นเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม "แซนโฎนตาสร้างสรรค์" รำเรือมอันเร และการแสดงศิลปะพื้นบ้าน พิธีเปิดโครงการ โดยนายสรวงศ์ เทียนทอง และพิธีมอบเกียรติบัตร พิธีเซ่นไหว้แซนโฎนตาจำลอง (ณ วัดมะกอก) ตามแบบแผนโบราณ พร้อมการอัญเชิญดวงวิญญาณบรรพบุรุษด้วยภาษาถิ่น และกิจกรรม"พาแลง แซนโฎนตา" รับประทานอาหารสำรับพื้นถิ่นตาพระยาแบบขันโตก พร้อมรับชมการแสดงดนตรีพื้นบ้านจากคณะ "กันตรึมกระยง"
รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยฯ มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับชุมชนชายแดนเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน โดยมีภารกิจหลัก3ประการ ได้แก่ การสืบต่อลมหายใจแห่งศรัทธา: อนุรักษ์ประเพณีแซนโฎนตา ประเพณีเซ่นไหว้บรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายเขมร ให้คงอยู่เป็นสะพานบุญเชื่อมความกตัญญูสู่คนรุ่นปัจจุบัน การสร้างพื้นที่แห่งปัญญา ถ่ายทอดภูมิปัญญาและเครื่องเซ่นไหว้โบราณจากปราชญ์ผู้สูงอายุสู่เยาวชนผ่านประสบการณ์จริง การถักทออนาคตอย่างยั่งยืน วางรากฐานคุณภาพชีวิต สร้างสรรค์สังคมชายแดนให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
ด้านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทัพเสด็จ กล่าวต้อนรับและย้ำว่า ประเพณีแซนโฎนตาเป็นทุนทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สะท้อนถึงความกตัญญูและความสามัคคี การร่วมมือกับ มรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ ในครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการถ่ายทอดภูมิปัญญาผ่านขบวนแห่จำลอง การจัดสำรับเครื่องเซ่นไหว้โบราณ และตลาดวัฒนธรรม ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความสุขมวลรวมของประชาชนชายแดน
นายสรวงศ์ เทียนทอง ประธานในพิธี ได้กล่าวเปิดโครงการโดยเน้นย้ำว่า งานในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมจำลอง แต่มันคือ "ลมหายใจ" ของผู้คนที่ร่วมกันร้อยเรียงศรัทธาและความกตัญญู ประเพณีนี้เปรียบเสมือน "รากแก้ว" ที่แข็งแกร่ง ทำให้คนทัพเสด็จยืนหยัดได้อย่างสง่างาม "การที่มหาวิทยาลัยฯ เข้ามาร่วมมือกับชุมชน ถือเป็นการสร้าง'ภูมิคุ้มกัน'ทางวัฒนธรรมให้แก่คนรุ่นใหม่ ให้เติบโตไปพร้อมกับความเข้าใจในอัตลักษณ์และจิตวิญญาณแห่งความกตัญญู เพราะหากคนรุ่นใหม่เข้าใจรากของตนเองได้ลึกซึ้งเพียงใด ก็จะสามารถเติบโตไปสู่ความสำเร็จที่กว้างไกลได้เพียงนั้น วัฒนธรรมคือสมบัติชิ้นเดียวที่ไม่มีใครพรากไปจากเราได้ งาน“พิธีแซนโฎนตาจำลอง” ในครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการจารึกตำนานบทใหม่แห่งความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และชุมชนท้องถิ่น ในการส่งต่อแสงสว่างแห่งความดีงามให้คงอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยสืบไป








