depa ลุยปั้นเกษตรกรดิจิทัลต่อเนื่องกว่า 350 ราย เดินหน้าต่อชัยภูมิ รุ่นที่ 4 ขับเคลื่อนเกษตรดั้งเดิม สู่เกษตรอัจฉริยะ
เมื่อวันที่ 3 – 5 สิงหาคม 2569, จังหวัดชัยภูมิ – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เกษตรดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง จัดโครงการยกระดับทักษะเกษตรกรไทยสู่ผู้บังคับโดรนเพื่อการเกษตรมืออาชีพ (Smart Drone for Agriculture) รุ่นที่ 4 ณ สมาคมชาวไร่อ้อย จังหวัดชัยภูมิ มุ่งยกระดับวิถีเกษตรดั้งเดิม สู่เกษตรอัจฉริยะ โดยได้รับเกียรติจากหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่ ได้แก่ สมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดชัยภูมิ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชัยภูมิ สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมอบรมรวมทั้งสิ้น 102 คน ซึ่งพัฒนาทักษะเกษตรกรที่เท่าต่อเนื่องรุ่นที่หนึ่งถึงปัจจุบันแล้วกว่า 350 ราย
นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน depa กล่าวว่า การเดินสายจัดกิจกรรมในรุ่นที่ 4 นี้ เป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการตอกย้ำพันธกิจของ depa ที่มุ่งกระจายองค์ความรู้เทคโนโลยีโดรนอัจฉริยะไปสู่เกษตรกรในระดับภูมิภาคอย่างทั่วถึง เพื่อเร่งเปลี่ยนเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรอัจฉริยะ โดย depa ไม่เพียงมุ่งเน้นการถ่ายทอดทักษะการบินและการซ่อมบำรุงเท่านั้น แต่ยังตั้งเป้าสร้าง “เครือข่ายผู้บังคับโดรนเกษตรชุมชน” ที่เข้มแข็ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถช่วยเหลือพึ่งพาตนเองและขยายผลองค์ความรู้ในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันยังพร้อมผลักดันการเข้าถึงเทคโนโลยีผ่าน บัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) และ มาตรฐาน dSURE เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และได้รับการรับรองมาตรฐาน นำไปสู่การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน นายประดิษฐ์ คงภูงา ผู้จัดการสาขาภาคอีสานตอนกลาง depa ได้กล่าวถึงศักยภาพของพื้นที่ว่า ภาคอีสานถือเป็นเสาหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค เป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ควบคู่ไปกับการเป็นศูนย์กลางเกษตรอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยเฉพาะฐานการผลิตพืชไร่เศรษฐกิจทั้งอ้อยและมันสำปะหลัง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางศักยภาพที่โดดเด่น เกษตรกรยังคงเผชิญความท้าทายจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน สภาพอากาศแปรปรวน และต้นทุนที่สูงขึ้น
ในโครงการรุ่นที่ 4 นี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก สมาคมชาวไร่อ้อย จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางเข้มแข็งของเกษตรกรในพื้นที่ มีศักยภาพพร้อมทั้งด้านสถานที่และเครือข่ายเกษตรกรแปลงใหญ่ ในการร่วมขับเคลื่อนและส่งเสริมให้เกษตรกรนำ 'โดรนเพื่อการเกษตร' เข้ามาเป็นเครื่องมือผลิตอัจฉริยะ เพื่อ ยกระดับ สู่การทำเกษตรแบบแม่นยำสูง เป้าหมายของเราคือการขับเคลื่อนเกษตรดั้งเดิม ให้ก้าวสู่ 'เกษตรอัจฉริยะ' ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างยั่งยืน
สำหรับโครงการ Smart Drone for Agriculture รุ่นที่ 4 จัดขึ้นอย่างเข้มข้นตลอด 3 วันเต็ม (รวม 20 ชั่วโมง) โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ร่วมถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ประกอบด้วย:
• ภาคทฤษฎี: ได้รับเกียรติจาก จ่าอากาศโท ดร.ชาติชาย เจริญสุข และ นายกฤษ แย้มมาก วิทยากรจากสถาบันการบินพลเรือน ร่วมถ่ายทอดหลักสูตร “ผู้บังคับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินเบื้องต้น (Basic Unmanned Aircraft Pilot Training Course)” เจาะลึกกฎหมายและข้อบังคับการบิน (Air Law and Regulation) การจัดการห้วงอากาศ (Airspace) ปัจจัยของมนุษย์ (Human Factor) และขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
• ภาคปฏิบัติ: นำทีมโดย คณะวิทยากรจากบริษัท โฟร์ยูเอวี จำกัด ที่มาประกบฝึกทักษะอย่างใกล้ชิด โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่
o หลักสูตรผู้บังคับโดรนเพื่อการเกษตรขั้นพื้นฐาน ลงมือปฏิบัติจริงหน้างาน ตั้งแต่ทักษะการบินพื้นฐาน เทคนิคการตั้งค่าฉีดพ่นสารอารักขาพืช และการควบคุมโดรนในสถานการณ์ฉุกเฉิน
o หลักสูตรการซ่อมบำรุงและการดูแลรักษาโดรนเพื่อการเกษตรเบื้องต้น: สอนเทคนิคการตรวจเช็กสภาพโดรนทั้งก่อน-หลังบิน การดูแลระบบพ่น มอเตอร์ ใบพัด แบตเตอรี่ ไปจนถึงการวิเคราะห์อาการเสียและเปลี่ยนอะไหล่พื้นฐานด้วยตนเอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ต่อยอด ลดค่าซ่อมบำรุง และยืดอายุการใช้งานเครื่องมือได้อย่างคุ้มค่า
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการติวเข้มขั้นตอนการจัดเตรียมและยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรน และมีการทดสอบประเมินผลทั้งภาคทฤษฎี-ปฏิบัติในวันสุดท้าย พร้อมมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม เพื่อการันตีความเป็นมืออาชีพและสร้างความภาคภูมิใจในการนำทักษะดิจิทัลไปพัฒนาชุมชนบ้านเกิดต่อไป
สำหรับโครงการ Smart Drone for Agriculture รุ่นที่ 5 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 - 15 สิงหาคม 2569 โดยภาคทฤษฎี ณ อาคารทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร และภาคปฏิบัติ ณ สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร








