กกล.ตร.จชต. แถลงผลการบังคับใช้กฎหมาย กรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
จากเหตุความรุนแรงในห้วงที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ได้มีนโยบายให้เพิ่มความเข้มในการควบคุมพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้มีการปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ป่าภูเขา เนื่องจากพบว่าเป็นพื้นที่หลบหนี ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งจากการกดดัน คนร้ายได้หลบหนีไปยังพื้นที่อื่น จนนำมาสู่ การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้
ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าเป็นกลุ่มที่ลงมาปฏิบัติการ จากพื้นที่ภูเขา โดยตำรวจภูธรภาค 9 ได้ปฏิบัติตามนโยบายการควบคุมพื้นที่ และการป้องกันปราบปรามยาเสพติด
โดยเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.48 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรตากใบ จำนวน 6 นาย ใช้รถยนต์ จำนวน 2 คัน พร้อม ตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติด ในพื้นที่ ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจได้เดินทางกลับโดยใช้เส้นทางลัดภายในสวนปาล์ม เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบว่ามีคนนั่งอยู่ข้างกระท่อมและมีรถยนต์กระบะสีขาวจอดรอบริเวณถนนในลักษณะผิดสังเกต เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่ค่อยมีผู้อาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเกิดความสงสัยตามสัญชาตญาณ จึงได้หยุดรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 3 นาย จึงได้เดินเข้าไปตรวจสอบ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 3 นาย ลงจากรถเพื่อมาสังเกตการณ์และคุ้มกันอยู่บนถนนด้านหน้ากระท่อม
จากนั้นหัวหน้าชุดได้เดินอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อมระหว่างตรวจสอบได้ยินเสียงดังมาจากข้างในกระท่อม จึงได้สอบถามและจะเข้าไปตรวจสอบ ขณะเดียวกัน คนร้าย จำนวน 2 ราย ได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงออกมาจากกระท่อม โดยกระสุนถูก ดาบตำรวจวิทยา ชายพรมแก้ว ซึ่งยืนคุ้มกันอยู่บนถนน เสียชีวิต จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อม จนมาพบกับ ร้อยตำรวจโทกิตติพงษ์ ศรีขำ หัวหน้าชุด และ จ่าสิบตำรวจอัมราน ฮะ จึงเกิดการยิงปะทะกันในระยะประชิด เป็นเหตุให้ จ่าสิบตำรวจอัมรานฯ ถูกกระสุนปืนของคนร้ายเสียชีวิต โดยร้อยตำรวจโทกิตติพงษ์ฯ ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงต่อสู้กับคนร้าย ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย ต่อมาคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปทางป่าพรุด้านหลัง และคนร้ายที่อยู่ในที่เกิดเหตุอีกส่วนหนึ่งได้หลบหนีเข้าไปในป่าพรุด้านหลังสวนปาล์ม จึงได้ขอสนับสนุนกำลังเข้าพิสูจน์ทราบ ต่อมาได้สนธิกำลัง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ปิดล้อมป่าพรุด้านหลังที่เกิดเหตุ จากปฏิบัติการดังกล่าว ได้ควบคุมตัวผู้ที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จำนวน 4 พร้อมของกลาง อาวุธปืน HK ซึ่งถอดประกอบอยู่ พร้อมแม็กกาซีนอีกจำนวนหนึ่ง ผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบของกลาง ดังนี้
1. ปลอกกระสุนปืนเล็กกล ขนาด 5.56 มม. จำนวน 18 ปลอก
2. ปลอกกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. จำนวน 21 ปลอก
3. ปลอกกระสุนปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .32 จำนวน 1 ปลอก
4. อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
จากการตรวจสอบพบว่า ปลอกกระสุนปืนของกลาง มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และเป็นกลุ่มคนร้ายที่เชื่อมโยงกันกับกลุ่มที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
และคนร้ายอีกกลุ่มได้หลบหนีไปรักษาตัวในพื้นที่ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ติดตามไปบังคับใช้กฎหมาย พบพยานหลักฐานผ้ากอซ คราบเลือด และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล จากการซักถามเจ้าของบ้านรับว่า มีคนร้าย 2 ราย มารักษาตัว สืบสวนทราบว่า คนร้ายทั้ง 2 ราย คือ
1. นายอับดุลมูคลีส สงวนนามสกุล ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณนิ้วมือด้านขวา
2. นายสะหมาน สงวนนามสกุล ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณด้านหลัง แขนขวา และข้อเท้า จำนวน 3 จุด
และหลังจากนั้นได้มีคนมารับและพาหลบหนีไปยังพื้นที่อำเภอจะแนะ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื่อว่าคนร้าย ยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงและอยู่ระหว่างติดตามจับกุม
จากการสืบสวนทราบว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ จำนวน 14 ราย ซึ่งควบคุมตัว เข้าสู่กระบวนการซักถาม จำนวน 11 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนี จำนวน 3 ราย สอบสวนได้ความว่า จากการปิดล้อมกดดันของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ อำเภอจะแนะ และอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้คนร้ายหลบหนีมาพักอยู่บริเวณที่เกิดเหตุก่อน 2 วัน ซึ่งกระท่อมที่คนร้ายมาหลบซ่อน โดยปกติไม่มีคนอยู่อาศัย
จากเหตุการณ์นี้ ขอสดุดีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรตากใบ ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและมีจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เน้นย้ำให้มีการปรับยุทธวิธีให้เหมาะกับสถานการณ์และพื้นที่ และจะสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มเติม ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อไป และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนหากพบเห็น หรือมีเบาะแส ของคนร้าย สามารถแจ้งไปยัง สถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน และทางหมายเลขโทรศัพท์ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับผู้ให้ที่ให้ที่พักพิง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ให้การช่วยเหลือจะมีความผิด และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 สิงหาคม 2569
#ตากใบ #นราธิวาส #ชายแดนใต้ #กกลตรจชต #กอรมนภาค4ส่วนหน้า #ตำรวจ #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวความมั่นคง #ข่าวด่วน #ซุ่มยิงตำรวจ #ปะทะเดือด #ก่อเหตุรุนแรง #ชายแดนภาคใต้ #นิติวิทยาศาสตร์ #ไล่ล่าคนร้าย #ปราบผู้ก่อเหตุ #ข่าววันนี้ #ข่าวล่าสุด #ThailandNews #BreakingNews #Security #Narathiwat #TakBai #ตำรวจภูธรภาค9 #อาชญากรรม #ข่าวการเมือง #ข่าวประเทศไทย #อัปเดตข่าว #SEOข่าว #ข่าวเด่น








