ป.ป.ช.บุกลุย! สอบน้ำเสียอมตะซิตี้ไหลลงคลอง กระทบชาวบ้าน 2 อำเภอ จ่อตรวจเข้ม-เล็งฟันเพิ่มทุกกฎหมาย
ป.ป.ช.จังหวัดระยอง นำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีน้ำเสียจากบ่อบำบัดของนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ระยองรั่วไหลลงลำรางสาธารณะ ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำของชาวบ้านในพื้นที่ 2 อำเภอ หลังเคยเกิดเหตุมาแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและถูกดำเนินคดีพร้อมเปรียบเทียบปรับไปแล้ว ล่าสุดทุกหน่วยงานหารือเข้ม วางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมเล็งดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน
วันที่ 3 ส.ค. 2569 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลมาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง นายกิจติพงษ์ ขลิบแย้ม ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้แทนนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ระยอง ฝ่ายปกครองอำเภอปลวกแดงและอำเภอนิคมพัฒนา รวมถึงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ อบต.มาบยางพร และ อบต.พนานิคม ร่วมประชุมและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
สืบเนื่องจากประชาชนร้องเรียนว่า น้ำเสียจากบ่อบำบัดของนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ระยอง อ.ปลวกแดง ไหลลงลำรางสาธารณะ ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำของชาวบ้านในพื้นที่ ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง และ ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนา โดยจุดดังกล่าวเคยเกิดการรั่วไหลมาแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับไปแล้ว
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามมาตรการป้องกันการทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหา ประเมินความเสี่ยง และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต พร้อมทั้งหารือถึงการใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากพบการกระทำผิด
นายกิจติพงษ์ กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดระยองได้รับเรื่องร้องเรียน จึงเร่งประสานทุกหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าสาเหตุเกิดจากคันดินของบ่อบำบัดในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมีน้ำซึมออกมา จึงกำชับให้ผู้รับผิดชอบเร่งแก้ไขตามกฎหมาย โดยเฉพาะการปรับปรุงคันดินให้เป็นโครงสร้างคอนกรีตถาวร เพื่อป้องกันการรั่วไหลในอนาคต รวมทั้งให้ขุดลอกตะกอนดินที่อาจมีสารโลหะหนักปนเปื้อนออกไปกำจัดหรือจัดเก็บในสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนอีกต่อไป
ภูมิภาค34








