สลด! พบศพเซียนพระเร่ร่อนดับคาเต็นท์ปริศนาเพิงพักหน้าสุสานจีน เพื่อนช็อคนำกับข้าวมาให้นอนเสียชีวิจในเต๊นท์ ชีวิตสุดรันทดป่วยรุมเร้า-ชีวิตพลิกผัน ผู้ตายเคยเล่าให้ฟังญาตินำมาทิ้งที่อุดร มาอยู่แบบนี้ถูกคนเร่ร่อนมาเล่นด้วยขโมยพระดีพระดังและรถจยย.มูลค่าเกือบสองแสนไปด้วย ขอให้เพื่อนไปสุขคติ
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 2 ส.ค.69 ร.ต.ท.นฤบดินทร์ บุตรวัง รองสว. (สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในเพิงพักชั่วคราวบริเวณหน้าสุสานจีน ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลอุดรธานี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนหงายอยู่ภายในเพิงพัก ทราบชื่อต่อมาคือ นายบัวที (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ชาว ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร สภาพศพไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย แพทย์ชันสูตรเบื้องต้นระบุว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง และไม่พบสาเหตุที่บ่งชี้ถึงการเสียชีวิตจากการถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อรอญาติมาติดต่อรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี หากไม่มีผู้มาติดต่อจะดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการ
นายกบ อายุ 43 ปี ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว เปิดเผยว่า รู้จักผู้ตายมานาน โดยทราบว่าผู้ตายใช้ชีวิตเร่ร่อนและพักอาศัยอยู่บริเวณหน้าสุสานจีนมาหลายเดือน เจอตั้งแต่เดือน พ.ย.68 เขามีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคปอด ตนมักแวะนำอาหารมาให้และพูดคุยกันเป็นประจำ เพราะต้องเดินผ่านบริเวณนี้ทุกวันเพราะเห็นแล้วสงสารเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยช่วงค่ำวานนี้ (1 ส.ค.69) ตนยังเห็นผู้ตายนอนพักอยู่ตามปกติ จึงพยายามปลุกให้ลุกขึ้นมารับประทานอาหาร แต่ผู้ตายไม่ตื่น จึงคิดว่าเพียงหลับพักและไม่อยากรบกวน กระทั่งช่วงสายของวันที่ 2 สิงหาคม กลับมาดูอีกครั้งและพยายามปลุกซ้ำ แต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว
นายกบ ยังเล่าว่า ผู้ตายเคยบอกว่าตนเป็นชาว อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เป็นคนชื่นชอบพระเครื่องและมีความรู้ด้านพระเครื่องถือเป็นเซียนพระมือฉมังคนหนึ่ง จนเป็นที่รู้จักในกลุ่มเซียนพระ เคยครอบครองพระเครื่องมูลค่าสูงหลายองค์ แต่ภายหลังต้องทยอยขายออกไป อีกทั้งยังเคยถูกคนเร่ร่อนขโมยพระเครื่องและรถจักรยานยนต์ไป รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 200,000 บาท แม้ชีวิตจะพลิกผัน แต่ผู้ตายยังเป็นคนรักการศึกษาธรรมะและมีอัธยาศัยดี
"จากการสอบถามนายบัวที เขาบอกว่า มีญาตินำมาทิ้งไม่รู้จากสาเหตุอะไรจึงต้องมากางเต๊นท์นอนริมถนนแบบนี้ตั้งแต่ปลายปี 68 สุดท้ายต้องมาเสียชีวิต สงสารอย่างมาก "หากดวงวิญญาณของพี่รับรู้ ก็ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งได้รู้จักและมีโอกาสดูแลกัน"นายกบ กล่าวด้วยความอาลัย








