วันที่ 1 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) นำโดย นายพละวัต ตันศิริ ประธานคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะสมาชิกวุฒิสภา ได้แก่ นายมังกร ศรีเจริญกูล, นางกัลยา ใหญ่ประสาน, นางสาวมณีรัฐ เขมะวงศ์, นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล และนายธีรศักดิ์ อรัญพิทักษ์ เดินทางลงพื้นที่ ณ ที่ว่าการอำเภอสบเมย และจุดตรวจเยี่ยมชายแดนไทย-เมียนมา บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อประชุมหารือและรับฟังข้อเสนอแนะจากภาครัฐและประชาชนในพื้นที่
โดยมีนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย, นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียงหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมสะท้อนสภาพปัญหาและความต้องการของอำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง
นายพละวัต ตันศิริ ประธานคณะกรรมการฯ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะวุฒิสภาได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ ปัญหามลพิษและการปนเปื้อนสารหนูในลุ่มน้ำสาละวิน ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
เนื่องจากปัญหานี้เกี่ยวโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ชายแดน คณะสมาชิกวุฒิสภาจึงมองว่าจำเป็นต้อง ยกระดับการแก้ไขปัญหาให้เป็นเรื่องระหว่างประเทศ โดยเตรียมใช้กลไกทางรัฐสภาในการนำเสนอเข้าสู่ การประชุมรัฐสภาอาเซียน (AIPA) ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อยกระดับปัญหาปนเปื้อนในลำน้ำข้ามแดนให้เป็นประเด็นระดับภูมิภาค และสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมทุกภาคส่วน
นอกเหนือจากประเด็นทางด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม คณะวุฒิสภายังได้ร่วมรับฟังและติดตามประเด็นปัญหาสำคัญอื่นๆ ที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานและการใช้จัดสรรงบประมาณ การพัฒนาเส้นทางคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล (สัญชาติ): ข้อติดขัดเรื่องสัญชาติของประชาชนในพื้นที่ชายแดนซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรัง การป้องกันและแพร่ระบาดของยาเสพติด การเฝ้าระวังและการปราบปรามตามแนวชายแดน ปัญหาการประกอบธุรกิจนอมินี การตรวจสอบกลุ่มทุนและนอมินีข้ามชาติในพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ คณะสมาชิกวุฒิสภาจะรวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ และสภาพปัญหาทั้งหมดจากภาครัฐและภาคประชาชน นำเข้าสู่กระบวนการทางรัฐสภา เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบายในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป








