ตำรวจจันทบุรีเร่งล่า “ไอ้ป๋อง-ไอ้ธง” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีเกี่ยวข้องกับการหายตัวของสองพี่น้องชาวรัสเซีย หลังแต่งกายคล้ายตำรวจ ขี่รถจักรยานยนต์แหกด่านตรวจร่วมบ้านเขาแหลม อ.สอยดาว ก่อนหลบหนี เจ้าหน้าที่หวั่นพยายามหนีออกนอกประเทศ สั่งระดมกำลังติดตามตัว
เมื่อเวลา 00.49 น. วันที่ 31 ก.ค.69 เกิดเหตุการณ์คนร้ายแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับขี่รถจักรยานยนต์แหกด่านตรวจร่วมบ้านเขาแหลม หมู่ที่ 13 ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี มุ่งหน้าหลบหนีไปทาง จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ขับรถไล่ล่ากว่า 10 กิโลเมตร แต่คนร้ายอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีเข้าซอยข้างทางไปได้ โดยสืบตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับคดีสำคัญ
ร.ต.อ.ยิ่งยง บุปผาหอม รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.สอยดาว ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจร่วมบ้านเขาแหลม ซึ่งเป็นการสนธิกำลังร่วมกันระหว่าง ตำรวจ, ทหารนาวิกโยธิน และตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด. กองร้อย 114) เปิดเผยว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจตามปกติ พบชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาตรงตามที่ได้รับรายงานข่าวสารแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้า
โดยคนขับแต่งกายเลียนแบบตำรวจ สวมเสื้อคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง และใส่หมวกหม้อตาลข้าราชการตำรวจเพื่อตบตา เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่เมื่อรถเคลื่อนเข้าใกล้ ร.ต.อ.ยิ่งยง จำหน้าและลักษณะของชายทั้งสองได้ทันทีว่าเป็น นายฑนา หรือ "ไอ้ป๋อง" และ นายธงชัย หรือ "นายธง" สองผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในคดีเอี่ยวกับการหายตัวไปอย่างปริศนาของสองพี่น้องชาวรัสเซีย ที่ชลบุรี รวมถึงคดีชำแหละซากรถจักรยานยนต์ฝังดินในป่าช้าเก่า ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง
เมื่อรู้ว่าถูกจำได้ คนร้ายได้ตัดสินใจเร่งเครื่องยนต์บิดรถจักรยานยนต์แหกด่านตรวจอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปทาง จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำรถยนต์ออกไล่ล่าติดตามไปอย่างกระชั้นชิดเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ทว่าคนร้ายได้เลี้ยวรถหลบหนีเข้าไปในเส้นทางซอยย่อยทางเชื่อม ทำให้คลาดสายตาและคลาดเคลื่อนจากการติดตามไปในที่สุด จากการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงด่านตรวจ พบหลักฐานสำคัญคือ หมวกหม้อตาลข้าราชการตำรวจ ที่คนร้ายทำตกไว้บนถนน ห่างจากจุดตั้งด่านประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้จัดเก็บใส่ถุงพลาสติกเพื่อรักษาสภาพหลักฐานและนำมาลงบันทึกประจำวัน
จากการสังเกตลักษณะหมวกที่ยึดได้ พบว่าเป็น หมวกหม้อตาลสีกากี ด้านหน้าหมวกติด หน้าหมวกตราสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ดาวแปดแฉก) สีเงิน ซึ่งเป็นหมวกเครื่องแบบตำรวจทรงมาตรฐานที่ใช้ในราชการ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าเป็นหมวกที่ซื้อหาได้ทั่วไปหรือนำมาจากแหล่งอื่นเพื่อใช้ในการอำพรางตัว
ล่าสุด พล.ต.ต. ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ได้เรียกประชุมด่วนนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจากทุก สภ. ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อวางแผนและสั่งการกระจายกำลังเร่งไล่ล่าติดตามจับกุมคนร้ายทั้งสองคนอย่างเร่งด่วน โดยมีการนำภาพถ่ายรูปพรรณสรรพฐานของผู้ต้องสงสัย มาเปรียบเทียบกับภาพหมายจับและคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ประจำด่าน เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ขี่ จยย. แต่งกายคล้ายตำรวจแหกด่านหรือไม่
สำหรับเส้นทางบริเวณด่านตรวจร่วมบ้านเขาแหลม ต.ทับช้าง อ.สอยดาว ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบน ทางหลวงหมายเลข 317 (จันทบุรี - สระแก้ว) ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อไปยัง จ.สระแก้ว ได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจคาดการณ์ว่าคนร้ายอาจไม่ได้ใช้เพียงเส้นทางสายหลัก เนื่องจากมีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตั้งอยู่หลายจุด แต่น่าจะอาศัย เส้นทางสายรองและทางหลวงชนบท ที่ตัดผ่านหมู่บ้าน ช่องทางธรรมชาติ หรือสวนลำไย/สวนยางพาราของชาวบ้าน เพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ ทั้งนี้ชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน และ อ.สอยดาว ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา) เจ้าหน้าที่จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากหวั่นเกรงว่าคนร้ายอาจพยายามหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อหนี
คดีใหญ่
หากประชาชนท่านใดพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะรูปพรรณตรงตามภาพผู้ต้องสงสัย หรือพบเบาะแสการหลบหนี รถจักรยานยนต์ หรือสิ่งของต้องสงสัย ให้รีบแจ้ง ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ใกล้เคียง / สภ.สอยดาว / โทร. 191 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด








