ควนโดนแตก! "พิพัฒน์" เปิดงานวันจำปาดะสตูล 69 ยกระดับผลไม้ฮิตสู่สากล
รองนายกรัฐมนตรี เปิดงาน “วันจำปาดะจังหวัดสตูล ประจำปี 2569” ณ อำเภอควนโดน มุ่งส่งเสริมอัตลักษณ์ผลไม้ท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู่ระดับสากล ขณะที่ผู้ว่าฯ สตูล ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันสะบัดกระทะ “ทอดจำปาดะ” กิจกรรมสีสันเชื่อมความสามัคคีของชุมชน
เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2569 ที่ตลาดนัดวันพุธ ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันจำปาดะจังหวัดสตูล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 กรกฎาคม 2569 โดยมี นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล เขต 1, นายพิบูล รัชกิจประการ, นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนพิธีเปิดงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีสีสันไฮไลต์สำคัญคือ "การแข่งขันทอดจำปาดะ" ของดีขึ้นชื่อจากแต่ละตำบลในพื้นที่อำเภอควนโดน ซึ่งในโอกาสนี้ นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้ลงพื้นที่บริเวณเต้นท์กิจกรรมเพื่อเยี่ยมชมและให้กำลังใจแก่กลุ่มแม่บ้านและผู้เข้าแข่งขันอย่างใกล้ชิด สร้างรอยยิ้มและเสียงเชียร์จากประชาชนที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ต่อมาเมื่อ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางมาถึง ได้ร่วมรับชมการแข่งขัน พร้อมทั้งร่วมชิมจำปาดะทอดร้อน ๆ และเดินเยี่ยมชมบู้ทแสดงนิทรรศการ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร รวมถึงสินค้า OTOP ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ก่อนจะให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นโมเดลความสำเร็จของการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการนำทุนทางธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่าง "จำปาดะ" ซึ่งเป็นผลไม้อัตลักษณ์สำคัญของภาคใต้และจังหวัดสตูล มาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล
ด้านวัตถุประสงค์หลักของการจัดงาน นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพดีของจังหวัดสตูล ทั้งจำปาดะพันธุ์พื้นเมือง พันธุ์ส่งเสริม ทุเรียน และผลไม้อื่น ๆ สู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศแล้ว ยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารฮาลาล ผลิตภัณฑ์ชุมชน การประกวดหนูน้อยและสาวงามจำปาดะ รวมถึงการแสดงทางวัฒนธรรมตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง
ภูมิภาค82








