depa ลุยภาคตะวันออกปักหมุด จ.จันทบุรี ชูเทคโนโลยีโดรนยกระดับเกษตรกร สู่สุดยอดเกษตรอัจฉริยะในโครงการ “Smart Drone for Agriculture” รุ่น 2
เมื่อวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2569สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เดินหน้าจัดโครงการยกระดับทักษะเกษตรกรไทยสู่ผู้บังคับโดรนเพื่อการเกษตรมืออาชีพ (Smart Drone for Agriculture) รุ่นที่ 2 เพื่อมุ่งยกระดับทักษะสู่การเป็นกำลังคนดิจิทัลแถวหน้าของภาคการเกษตรไทย ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี โดยได้รับเกียรติจากหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด, องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี, สภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี, เกษตรจังหวัดจันทบุรี, สภาเกษตรกรจังหวัดสระแก้ว และสถิติจังหวัดตราด เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง และมีเกษตรกรและประชาชนทั่วไปผ่านคัดเลือกเข้าร่วมอบรมรวม 93 คน
ดร.อภิชาติบุตร รอดยัง ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก depa กล่าวเปิดโครงการ Smart Drone for Agriculture รุ่นที่ 2 ว่า ภาคเกษตรกรรมคือรากฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาขาดแคลนแรงงานและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น depa จึงจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้และฝึกทักษะการใช้โดรนเพื่อการเกษตรอย่างครบวงจรตามหลักสูตรมาตรฐานสากล โดยมุ่งเปลี่ยนวิธีคิดและยกระดับฝีมือเกษตรกรไทยให้ก้าวทันยุคดิจิทัล เปลี่ยนโดรนเพื่อการเกษตรให้เป็น "เครื่องมือการผลิตอัจฉริยะ" ที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกรสามารถบริหารจัดการแปลงเกษตรได้อย่างมืออาชีพ ช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลา เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต ตลอดจนสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่อาชีพเกษตรกรไทยในระยะยาว
ด้าน นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน depa ได้ชี้ให้เห็นถึงอัตลักษณ์และความสำคัญในระดับพื้นที่ว่า ภาคตะวันออกถือเป็น "ศูนย์กลางผลไม้เมืองร้อน" ซึ่งเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการส่งออกของประเทศไทย โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจยอดนิยมอย่างทุเรียนและมังคุด ซึ่งการทำสวนไม้ผลประเภทนี้มีข้อจำกัดเฉพาะตัวและต้องดูแลอย่างพิถีพิถันในทุกระยะการเติบโต การจัดโครงการ Smart Drone for Agriculture รุ่นที่ 2 ในพื้นที่นี้ depa จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทักษะให้เกษตรกรภาคตะวันออกสามารถนำโดรนเพื่อการเกษตรมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะการนำโดรนบินขึ้นฉีดพ่นสารอาหารทางใบเข้าสู่ทรงพุ่มของต้นทุเรียนและมังคุดที่ทั้งสูงและหนาทึบ ซึ่งปกติเป็นข้อจำกัดที่แรงงานคนทำได้ยาก เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ตัวยากระจายได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ ช่วยลดความสิ้นเปลือง ป้องกันปัญหาแรงงานสัมผัสสารเคมีโดยตรง และช่วยควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานพร้อมส่งออก ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนพี่น้องเกษตรกรภาคตะวันออกสู่ยุคเกษตรอัจฉริยะได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นตลอดระยะเวลา 3 วัน (รวม 20 ชั่วโมง) โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดความรู้และฝึกทักษะทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ประกอบด้วย:
จ่าอากาศโท ดร.ชาติชาย เจริญสุข และพันจ่าอากาศเอกมารุต แก้วกลางเมือง วิทยากรจากสถาบันการบินพลเรือน ร่วมถ่ายทอดความรู้ในหลักสูตร “ผู้บังคับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินเบื้องต้น (Basic Unmanned Aircraft Pilot Training Course)” ในภาคทฤษฎีเข้มข้นตลอด 6 ชั่วโมงเต็ม เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและข้อบังคับการบิน (Air Law and Regulation), ห้วงอากาศ (Airspace), ปัจจัยของมนุษย์ (Human Factor) รวมถึงขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
นางเกศรา อู่รัชตมาศ นายวรากร อู่รัชตมาศ นางสาวญาณิฐา ศรีชู และนายคทาธร น้ำวิวัฒน์ คณะวิทยากรจากบริษัท โฟร์ยูเอวี จำกัด ร่วมนำเสนอและฝึกทักษะภาคปฏิบัติอย่างใกล้ชิดรวม 14 ชั่วโมง โดยแบ่งโครงสร้างเนื้อหาออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับทักษะที่ครบด้าน ได้แก่:
หลักสูตรภาคปฏิบัติ “ผู้บังคับโดรนเพื่อการเกษตรขั้นพื้นฐาน”: มุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติจริงหน้างาน ตั้งแต่ทักษะการบังคับบินพื้นฐาน เทคนิคการตั้งค่าเพื่อฉีดพ่นสารอารักขาพืช ตลอดจนขั้นตอนการควบคุมโดรนในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างปลอดภัย
หลักสูตรการซ่อมบำรุงและการดูแลรักษาโดรนเพื่อการเกษตรเบื้องต้น: เสริมทักษะสำคัญในการตรวจเช็กสภาพโดรนทั้งก่อนและหลังบิน การดูแลระบบพ่น มอเตอร์ ใบพัด โครงสร้าง รวมถึงวิธีบำรุงรักษาแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี ตลอดจนการวิเคราะห์อาการเสียและเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นพื้นฐานได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนค่าซ่อมแซม ประหยัดเวลา และเพิ่มความพร้อมในการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
ทั้งนี้ ภายในโครงการได้มีการสอนขั้นตอนการจัดเตรียมและยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และในช่วงท้ายของโครงการได้มีการทดสอบประเมินผลทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมทุกราย เพื่อการันตีความเป็นมืออาชีพและสร้างความภาคภูมิใจในการนำทักษะดิจิทัลไปยกระดับภาคการเกษตรไทยสู่อนาคต
สำหรับโครงการในรุ่นต่อไป (รุ่นที่ 3) มีกำหนดจัดขึ้น ณ จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 22 - 24 กรกฎาคม 2569 โดยแบ่งเป็นภาคทฤษฎี ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนกลาง และภาคปฏิบัติ ณ ลานอเนกประสงค์ ร้าน Bird Garden Cafe จังหวัดขอนแก่น
#depaThailand #DigitalThailand #SmartDroneForAgriculture #DigitalSkillRoadmap #SmartAgriculture








