หนุ่มใหญ่วัย 51 ปี เกิดอาการคลุ้มคลั่งจากขาดยารักษา ถือมีดดาบไล่ฟันตำรวจที่เข้าระงับเหตุ จนเกิดการปะทะและตำรวจต้องยิงสวนเพื่อป้องกันตัว ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและเหตุการณ์อย่างละเอียดตามขั้นตอนกฎหมาย
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 มิ.ย.69 ร.ต.อ.จะเด็จ เพ็ชรปราณี พนักงานสอบสวนเวร สภ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต ที่บริเวณทุ่งนาเลี้ยงวัว ท้ายหมู่บ้านคำศรี หมู่ที่ 3 ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งจึงรายงานไปยัง พ.ต.อ.ธิติ สมศรี ผกก.สภ.หนองกุงศรี และ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ จากนั้นจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พนักงานอัยการ และ นพ.พลกฤษณ์ ศรีวุฒิชาญ แพทย์เวรโรงพยาบาลหนองกุงศรี ร่วมรุดเดินทางไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุทันที
โดยบริเวณที่เกิดเหตุเป็นลักษณะทุ่งหญ้ากว้าง ใกล้กับขอบสระน้ำท้ายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายกฤษณพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี อยู่หมู่ที่ 13 ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ สภาพศพสวมเสื้อลายดอกหลากสี นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณข้างสระน้ำ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นของแพทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบร่องรอยบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณต้นขาด้านซ้าย 1 นัด และบริเวณหน้าอกด้านซ้ายอีก 1 นัด เจ้าหน้าที่ได้ทำการกั้นพื้นที่โดยรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามา พร้อมทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
ตรวจสอบในมือของผู้ตายยังคงกำมีดสำหรับดายหญ้า เล่มยาวเอาไว้แน่น และในบริเวณใกล้เคียงกันนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่จำนวน 2 ปลอก รวมถึงรองเท้าแตะของผู้เสียชีวิตตกอยู่ 1 คู่ จึงได้บันทึกภาพและเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบสำนวนคดี
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์ สภ.หนองกุงศรี นำโดย ร.ต.อ.สุนทร คำภิรมย์ รองสารวัตรสืบสวน (รอง สว.สส.) ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดสายตรวจรถยนต์ พร้อมด้วยตำรวจรวม 5 นาย ได้รับแจ้งเหตุขอกำลังระงับเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีบุคคลเกิดอาการคุ้มคลั่งอาละวาด และถืออาวุธมีด เดินเพ่นพ่าน สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน อยู่ที่บริเวณทุ่งนาเลี้ยงวัวท้ายหมู่บ้านคำศรี
เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบนายกฤษณพล ผู้ตาย กำลังคลุ้มคลั่ง ร้องตะโกนเอะอะโวยวาย ขู่ทำร้ายคนเข้ามาใกล้ และในมือถือมีดดาบดายหญ้าเล่มยาว เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังพร้อมนำไม้ง่าม และอุปกรณ์ไม้นวม เข้าทำการเกลี้ยกล่อมตามยุทธวิธีจากเบาไปหาหนัก โดยพยายามพูดคุยให้สงบสติอารมณ์ ซึ่งผู้ตายได้เดินคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถอยห่างจากจุดแรกไปไกลกว่า 200 เมตร
แต่สถานการณ์กลับเริ่มทวีความตึงเครียดขึ้น เมื่อผู้ตายไม่มีท่าทีจะยอมวางอาวุธ และเกิดการต่อสู้ขัดขืนอย่างรุนแรง โดยผู้ตายได้โผเข้ายื้อแย่งไม้ง่ามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วนำไม้ง่ามอันดังกล่าววิ่งไล่ตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนฝั่งเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจยกเลิกภารกิจชั่วคราวและพยายามถอยร่นเพื่อตั้งหลัก
อย่างไรก็ตาม นายกฤษณพล ที่ยังมีอาการคลั่งและในมือยังคงถือมีดดายหญ้าอยู่ ได้พยายามวิ่งพุ่งตรงเข้ามาประชิดตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างกระชั้นชิด เพื่อหวังทำร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบก้าวถอยหลังหนีอย่างรวดเร็ว กระทั่งมาถึงบริเวณริมขอบสระน้ำ ร.ต.อ.สุนทร เกิดเสียหลักสะดุดล้มลงก้นกระแทกพื้น ทันใดนั้นนายกฤษณพล ได้วิ่งโถมเข้าใส่ พร้อมเงื้อมีดในมือหมายจะฟันเข้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังล้มอยู่ ในวินาทีวิกฤตที่จวนตัวและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตัดสินใจชักอาวุธปืนพกประจำกายยิงสวนออกไปจำนวน 2 นัด เพื่อทำการระงับเหตุและป้องกันชีวิตตนเอง ทำให้กระสุนพุ่งเจาะเข้าที่ต้นขาและหน้าอกซ้ายของนายกฤษณพลจนล้มลงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนจะได้ร่วมกับแพทย์ พนักงานอัยการ และฝ่ายปกครอง ทำการสอบสวนปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดระงับเหตุทั้งหมด รวมถึงพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ตามพยานหลักฐาน พร้อมยืนยันให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ด้านนายโอรส (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี น้าผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุหลานชายคลุ้มคลั่ง ตำรวจมากระงับเหตุเกิดการต่อสู้กันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนถูกยิงสวนเสียชีวิต ก่อนหน้านี้ก็มีพฤติกรรมทำร้ายพ่อหลายครั้งด้วย
ด้านนายสมศรี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 79 ปี พ่อผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายมีอาการคุ้มคลั่งเป็นประจำเนื่องจากที่ผ่านมามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และขาดการกินยารักษาต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละวันจะมาขอเงินพ่อ กับแม่ทุกวัน วันละ 3 ครั้ง เช้า เที่ยง เย็น เพื่อไปซื้อเสพติด โดยจะให้ครั้งละ 50 บาท เพราะหากไม่ให้ก็จะอาลวาด ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตมีพฤติกรรมหวงที่ดิน หากมีบุคคลจะผ่านมาบริเวณไร่ของตัวเองไม่ได้ ก่อนเกิดเหตุ ตนให้คนมาตัดต้นไม้ จึงมาขอเจรจาแต่เจ้าตัวไม่ยอม กระทั่งจำเป็นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ และเกิดเหตุดังกล่าว โดยทางญาติไม่ได้ติดใจ
ขณะที่นายสมภักดิ์ อนุสรณ์ อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่ผู้ใหญ่บ้านคำศรี หมู่ที่ 13 กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยบ่อยครั้งที่จะอาละวาด และทำร้ายบุคคลอื่น เป็นบุคคลอันตราย ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจได้เข้ามาแล้วระงับเหตุหลายครั้ง และนำตัวส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลบ่อยครั้งมาก แต่ก็ไม่หาย เพราะกลับมาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว
อย่างไรก็ตามด้าน พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.หนองกุงศรีตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ผู้เสียชีวิตนอกจากจะขาดการกินยารักษาต่อเนื่องแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเกี่ยวข้องจะต้องเร่งทำการขยายผลแหล่งที่มาของยา เพื่อจับตัวกลุ่มผู้ขายให้ได้ และนำมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเรื่องของคดีให้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน และขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมยืนยันให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย








