ประมงเมืองคอน ร่วมชุมชนปากพนังขยายโมเดลเลี้ยงปูขาว ใช้ปลาหมอคางดำเป็นอาหารลดต้นทุนการผลิต พร้อมส่งเสริมรายได้เกษตรกรและเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน ด้วยองค์ความรู้จากหน่วยงานและมหาวิทยาลัย
วันที่ 9 มิ.บ.69 สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงปูขาวปลอดภัยลุ่มน้ำปากพนัง เดินหน้าขยายผลความสำเร็จของโมเดลการเลี้ยงปูขาว ผ่าน “โครงการส่งเสริมการเลี้ยงปูขาวเพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร” โดยส่งมอบลูกปูขาวจำนวน 10,000 ตัว ให้เกษตรกร 20 ราย ในพื้นที่ตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง นำไปเลี้ยงต่อด้วยแนวทางการใช้ปลาหมอคางดำเป็นอาหารปู ช่วยลดต้นทุนการผลิตและสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน ณ ฟาร์มสาธิตการเลี้ยงปูขาวปลอดภัย บ้านเนินหนองหงส์ ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร
นายสมเกียรติ ขวัญเมือง ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า กลุ่มเลี้ยงปูขาวในปากพนังเป็นเกษตรกรมีศักยภาพผลิตสินค้าเศรษฐกิจดาวรุ่งตอบโจทย์ตลาด เพราะ "ปูขาว" เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ตลาดมีความต้องการต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นด้านรสชาติที่หวาน นุ่ม เปลือกไม่หนาจนเกินไป แถมยังเลี้ยงง่ายและโตไว ราคาขายอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาทต่อกิโลกรัม สร้างกำไรให้เกษตรกรได้ดี ขณะเดียวกัน ปลาหมอคางดำที่จับได้ในพื้นที่มาใช้เป็นอาหารปู ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการเลี้ยง และเป็นอีกแนวทางการควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำได้อย่างเป็นระบบ
นายณัฎฐชัย นาคเกษม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในลุ่มน้ำปากพนัง กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงปูขาวปลอดภัยลุ่มน้ำปากพนังมีสมาชิกมากกว่า 30 ราย ครอบคลุมพื้นที่เลี้ยงกว่า 300 ไร่ และมีความต้องการใช้ปลาหมอคางดำเป็นอาหารปูวันละ 600-900 กิโลกรัม โดยเปิดรับซื้อจากชาวบ้านในราคากิโลกรัมละ 10 บาท สร้างรายได้เสริมให้คนในพื้นที่อีกทางหนึ่ง
“ปูขาวกินได้ทุกอย่าง ปลาหมอคางดำมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงปูขาว ช่วยให้ปูเจริญเติบโตดี ขณะที่ต้นทุนต่ำกว่าอาหารสำเร็จรูป และความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสมาชิกในกลุ่มยังนำปลาหมอคางดำไปแปรรูปเป็นอาหารด้วย จนทำให้บางช่วง ปลาหมอคางดำมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร” นายณัฎฐชัย กล่าว
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับการเลี้ยงปูขาว คือการสนับสนุนองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ซึ่งได้ถ่ายทอดเทคนิคการจัดการฟาร์ม การใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ร่วมกับอาหารจากปลาหมอคางดำ และการดูแลคุณภาพน้ำอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ปูแข็งแรง เจริญเติบโตเร็ว เนื้อแน่น และมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด
นอกจากนี้ ก่อนนำปลาหมอคางดำมาใช้เป็นอาหารปู เกษตรกรจะนำปลาไปแช่แข็งที่อุณหภูมิประมาณ -20 องศาเซลเซียส (ติดลบ 20 องศาเซลเซียส) เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง เพื่อให้ไข่ปลาที่อาจติดอยู่ในช่องปากฝ่อไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ ก่อนนำมาหั่นเป็นชิ้นและใช้เป็นอาหารในบ่อเลี้ยง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในกระบวนการผลิตและการจัดการฟาร์มอย่างเหมาะสม
โมเดลการเลี้ยงปูขาวของชุมชนลุ่มน้ำปากพนังจึงเป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ด้านประมงมาผสานกับการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์ทั้งต่อเกษตรกร ผู้รวบรวมวัตถุดิบ และชุมชนโดยรอบ พร้อมต่อยอดเป็นอาชีพที่สร้างรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่อย่างยั่งยืน








