รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าครบวงจรในชลบุรี ชื่นชมตำรวจไหวพริบดี ทลายเครือข่ายรายใหญ่ ยึดบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 90,000 ชิ้น พร้อมอุปกรณ์การผลิตและน้ำยานิโคติน มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท เตรียมขยายผลติดตามผู้บงการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
จากกรณีเมื่อวานนี้ (8 มิ.ย.69 ) ตำรวจ สภ.บางละมุง, ฝ่ายปกครองอ.บางละมุง และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 (DSI) บุกจับกุมโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้า ครบวงจรภายในซอยหนองปลา 12 ม.2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยยึดบุหรี่ไฟฟ้าที่ผลิตสำเร็จแล้ว และ ที่ยังไม่สำเร็จ เกือบแสนตัว พร้อมอุปกรณ์การผลิตบุหรี่ไฟฟ้า-บาลากู่ไฟฟ้า อีกหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มิ.ย.69 พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, นายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง, นายเอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม, เรืออากาศตรีกิตติคม คงสมโภชน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 (DSI) และ เจ้าหน้าที่อีกหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนันผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลตำบลหนองปลาไหล ได้ลงพื้นที่มาทำการตรวจสอบ โกดัง ดังกล่าวอีกครั้ง
ในเบื้องต้น ตำรวจมีการทำรายงานสืบสวนยึดของกลางทั้งหมดภายในโกดังผลิตบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว ประกอบด้วย บุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จ 65,031 ตัว, ไส้บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมแบตลิเทียมบรรจุน้ำยา จำนวน 3,520 ตัว ไส้บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมแบตลิเทียม จำนวน 30,640 ตัว, บาลากุไฟฟ้า จำนวน 480 ตัว, เครื่องซีลปากถุง จำนวน 13 ตัว, เครื่องปั้ม จำนวน 7 ตัว, เครื่องพิมพ์ตัวใหญ่ จำนวน 2 ตัว , เครื่องซีลถุงความร้อน จำนวน 2 ตัว, เครื่องซีลสายพานต่อเนื่องแนวราบ จำนวน 2 เครื่อง, น้ำยา กลิ่นผลไม้- กลิ่นยาสูบ ซึ่งมีส่วนผสมของสารนิโคติน จำนวน 41 ถัง ( ถังละ 30 ลิตร ) , เครื่องอัดหัว จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องชาร์จ จำนวน 6 ตัว, รถจักรยานยนต์จำนวน 6 คัน, รถกระบะตู้ทึบ 1 คัน
นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุม ผู้ต้องหาได้ 3 คน ประกอบ 1.นายวิทวัส หรือ กอล์ฟ อายุ 32 ปี ชาว ต.โพนโก อ.สนม จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะตู้ทึบ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง กำลังขนบุหรี่ไฟฟ้า 8,000 ชิ้น ออกจากโกดัง 2. นายเมาง์ เฮต ไนง์ อู ชาวเมียนมา จับกุมในข้อหา เป็นต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และ นายทราย ชาวเมียนมา จับกุมในข้อหา เป็นต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นต่างด้าวทำงานโดยไม่มี ใบอนุญาตทำงาน
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การจับกุมขบวนการผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในครั้งนี้ ถือว่าเป็นรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถจับกุมและตรวจยึดได้เพียง บุหรี่ไฟฟ้าที่ทำสำเร็จรูปและถูกนำมาวางขายในท้องตลาด รวมถึงตรวจยึดสารตั้งต้นเท่านั้น แต่ในครั้งนี้สามารถจับกุมโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้า โดยสามารถยึดของการบุหรี่ไฟฟ้าได้กว่า 90,000 ชิ้น พร้อมอุปกรณ์การผลิตบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก และเชื่อว่าโรงงานดังกล่าวน่าจะมีการลักลอบเปิดมานานโดยดูจากถังแกลลอนขนาด 30 ลิตร ที่ถูกใช้งานแล้วถูกกองเป็นภูเขา ทั้งนี้ชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.บางละมุง ที่มีไหวพริบดี ในกรณีเรียกตรวจตรวจสอบรถกระบะตู้ทึบต้องสงสัย ที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง จนเป็นที่มาของการทลายโรงงาน ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในครั้งนี้ได้สำเร็จ
นอกจากนี้ ยังขอขอบคุณ ทุกๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และทุกหน่วยงานตำรวจ โดยที่ผ่านมาจังหวัดชลบุรี มีการจับกุมและตรวจยึดสารตั้งต้นในการผลิตบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงยาเสพติด ในรูปแบบต่างๆ มาโดยตลอด จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งหลังจากนี้ กระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอ จะทำการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้ากวาดล้างจับกุมผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับสารตั้งต้น ในการผลิตบุหรี่ไฟฟ้า และพอร์ตเค ยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมวัยรุ่น ทั้งในแถบชายแดนแล้วในประเทศไทย
ด้าน พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า โรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว ก่อนหน้านี้ ถูกเปิดเป็นโรงเพาะกัญชา และพึ่งเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้า ในส่วนของคดีอยู่ในระหว่างให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี (พฐ.) ลงพื้นที่เก็บหลักฐานในโกดังดังกล่าวทั้งหมด และ เตรียมสืบสวนขยายผลจับกุมในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








