วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบัณฑิต รักษาดี รองผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 5 กรมทางหลวง พร้อมด้วย นายไชยสิริ คงพิม ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1 และนายพีรยุทธ นันตะสุข รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ นำเจ้าหน้าที่จากสำนักงานทางหลวงที่ 5 และแขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1 ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุไหล่ทางทรุดตัวจนเกิดโพรงขนาดใหญ่ใต้ผิวถนน บริเวณทางหลวงหมายเลข 11 สายเด่นชัย–อุตรดิตถ์ (ขาล่องเข้าเมืองอุตรดิตถ์) ช่วงกิโลเมตรที่ 319+950 ห่างจากเขาพลึงประมาณ 1.5 กิโลเมตร
จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดจากน้ำไหลซึมใต้ผิวถนนในช่วงฤดูฝน กัดเซาะดินและโครงสร้างพนังคอนกรีตด้านล่างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดินบางส่วนไหลตัวและเกิดโพรงขนาดใหญ่ใต้ผิวถนน โดยโพรงดังกล่าวมีความลึกจากผิวถนนประมาณ 3 เมตร ลึกลงไปใต้ดินราว 7 เมตร และมีความกว้างประมาณ 10 เมตร ส่งผลให้โครงสร้างไหล่ทางได้รับความเสียหายและเสี่ยงต่อการทรุดตัวเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง แขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1 ได้ดำเนินการปิดการจราจร 2 ช่องทาง จากทั้งหมด 3 ช่องทาง เหลือเปิดใช้งานเพียง 1 ช่องทาง พร้อมกำหนดให้รถบรรทุกหนักวิ่งชิดด้านขวาและลดความเร็ว เพื่อป้องกันแรงสั่นสะเทือนที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างถนน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ใช้ปูนคอนกรีตสำเร็จรูปฉีดเสริมความแข็งแรงบริเวณพนังดินและจุดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินและชะลอการขยายตัวของโพรงใต้ผิวถนน
นายบัณฑิต รักษาดี เปิดเผยว่า ขณะนี้ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 จังหวัดพิจิตร ได้เสนอขอโอนงบประมาณจากกรมทางหลวงเพื่อดำเนินโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูโครงสร้างถนนบริเวณดังกล่าวแล้ว วงเงินประมาณ 25 ล้านบาท โดยหากได้รับการจัดสรรงบประมาณและสามารถนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ได้ คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการก่อสร้างประมาณ 180 วัน จึงจะสามารถเปิดใช้งานเส้นทางได้ตามปกติ
ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชนที่ใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 11 ช่วงลงจากเขาพลึงเข้าสู่ตัวเมืองอุตรดิตถ์ ให้เพิ่มความระมัดระวัง ลดความเร็ว และปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากแขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1 ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนกว่าการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จ








