- โฆษณา -

แก๊ง อส.ปล้นแรงงานเมียนมา เข้ามอบตัวรายที่ 3 ร่ำไห้ลั่นโรงพัก อ้างถูกเพื่อนชวน-ไม่รู้แผนปล้น

ภูมิภาค19 พ.ค. 2569 • 11:30 น.
แก๊ง อส.ปล้นแรงงานเมียนมา เข้ามอบตัวรายที่ 3 ร่ำไห้ลั่นโรงพัก อ้างถูกเพื่อนชวน-ไม่รู้แผนปล้น

คดีสะเทือนชุมพรยังไม่จบ! หนึ่งในผู้ต้องหาแก๊ง อส.บุกปล้นบ้านแรงงานชาวเมียนมาในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้วเป็นรายที่ 3 พร้อมให้การทั้งน้ำตา อ้างไม่รู้ล่วงหน้าว่าเพื่อนจะพาไปก่อเหตุ ชี้ถูกชักชวนให้ออก “หาข่าว” ก่อนพบตู้เซฟและทรัพย์สินผู้เสียหายอยู่ท้ายรถหลังเกิดเหตุ

ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.8 และตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ยังเดินหน้าขยายผลล่าตัวผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีอีกอย่างน้อย 1 ราย ซึ่งมีข้อมูลว่าอาจเป็น “ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน” ในพื้นที่ เตรียมรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.บุญชู จันทร์เดชะ สารวัตรอำนวยการ สภ.ปะทิว ได้นำตัว นายเฉลิมพล หรือ “เมย์” เสวันนา อายุ 35 ปี ชาว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.ท่าแซะ ตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร

- โฆษณา -

ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นหนึ่งในแก๊ง อส.ที่ก่อเหตุบุกปล้นบ้านแรงงานชาวเมียนมา ในพื้นที่หมู่ 17 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยถูกแจ้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งปล้นทรัพย์โดยแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้อาวุธปืน ข่มขืนใจผู้อื่น กักขังหน่วงเหนี่ยว และครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังถูกนำตัวเข้าห้องสืบสวน เจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับให้รับทราบ ก่อนที่นายเฉลิมพลจะให้การรับสารภาพทั้งน้ำตา โดยอ้างว่า “นายกล้า” ซึ่งเป็นเพื่อน อส. ได้ชักชวนให้ออกตรวจพื้นที่และพาไปยังบ้านแรงงานชาวเมียนมา โดยบอกว่าบ้านหลังดังกล่าวมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับรถเถื่อนและยาเสพติด

นายเฉลิมพล อ้างอีกว่า ตนเพียงพูดคุยกับหญิงแรงงานภายในบ้านเพื่อไม่ให้ตกใจ และไม่ได้ร่วมค้นทรัพย์สินหรือใช้อาวุธแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่า หลังขึ้นรถเตรียมกลับ ได้เห็นทรัพย์สินรวมถึง “ตู้เซฟ” ถูกยกขึ้นท้ายรถแล้ว จึงตกใจถามเพื่อนว่า “เฮ้ย! นี่อะไรนิ” ก่อนรถจะรีบขับออกจากพื้นที่ทันที

เจ้าตัวยังยืนยันว่า ไม่ได้รับส่วนแบ่งทรัพย์สินใด ๆ และไม่รู้ว่าตู้เซฟถูกนำไปงัดที่ไหน พร้อมบอกว่าเป็นห่วงครอบครัว ไม่อยากเสี่ยงทำผิดกฎหมาย เพราะ “ถ้าพลาดมันไม่คุ้ม”

ทั้งนี้ ผู้ต้องหารับว่า วันเกิดเหตุเดินทางไปด้วยกันทั้งหมด 4 คน ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีหลังลงจากรถ โดยตนไปส่งเพื่อนอีกคนที่บ้านก่อนกลับเข้าบ้านตัวเอง กระทั่งตัดสินใจเข้ามอบตัวในที่สุด

ขณะเดียวกัน ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ชุมพร และชุดสืบสวน สภ.ท่าแซะ ยังคงเร่งติดตามผู้ร่วมก่อเหตุที่เหลืออีกอย่างน้อย 1 คน โดยมีข้อมูลว่าเป็นบุคคลมีตำแหน่งในพื้นที่ และคาดว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับได้ในเร็ว ๆ นี้

สำหรับคดีนี้ ถือเป็นคดีอุกอาจที่สร้างความสะเทือนใจในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุบางส่วนเป็นบุคคลในเครื่องแบบ และเลือกลงมือกับแรงงานข้ามชาติที่ไม่กล้าแจ้งความ ทำให้สังคมจับตาว่า จะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ และกระบวนการเอาผิดจะขยายไปถึงใครบ้างในเครือข่ายดังกล่าว