กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกชี้แจงกรณีชาวปากน้ำปราณทวงถามความคืบหน้าสะพานบ้านคลองเก่า ยืนยันเดินหน้าก่อสร้างเต็มที่หลังได้รับใบอนุญาตใช้พื้นที่เขตป่าแล้ว เผยระหว่างรออนุญาตได้เร่งสร้างงานถนนเสร็จไปแล้วกว่า 3 กิโลเมตร เร่งปรับแบบสะพานให้สอดคล้องกับลำน้ำเพื่อความมั่นคงปลอดภัยในระยะยาว
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ “ชาวปากน้ำปราณรวมพลังทวงสะพานใหม่ งบเหลือ 70 ล้าน จี้รัฐเร่งก่อสร้างสะพานบ้านคลองเก่า ก่อนงบหมดอายุ” นั้น
กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงว่า โครงการดังกล่าวคือ โครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะเพื่อการท่องเที่ยว อำเภอปราณบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ยกระดับภูมิทัศน์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่
รายละเอียดโครงการประกอบด้วยงานถนน ก่อสร้างถนนผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต ความยาวรวมประมาณ 3,600 เมตร งานสะพาน ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาวประมาณ 114 เมตร ทดแทนสะพานเหล็กเดิมที่ชำรุดจากการถูกน้ำทะเลกัดกร่อน ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างอำเภอปราณบุรี กับอำเภอหัวหิน (บริเวณเขาเต่า) งานปรับปรุงภูมิทัศน์ อาคารห้องน้ำ อาคารศาลาพักผ่อน 2 หลัง และงานผังบริเวณ
สำหรับประเด็นความล่าช้าในงานก่อสร้างสะพาน กรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงว่า จำเป็นต้องขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่เขตป่าตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยได้ยื่นคำขอต่อสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (เพชรบุรี) ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2566
เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบและจำแนกประเภทพื้นที่อย่างรอบคอบ ทั้งเขตป่าไม้ ป่าชายเลน และป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าองค์ประกอบงานไม่ได้อยู่ในเขตป่าชายเลนและป่าสงวนแห่งชาติ กรมฯ จึงได้รับใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่เขตป่าอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
กรมโยธาธิการและผังเมือง ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจในระหว่างรอใบอนุญาต โดยได้เร่งดำเนินงานในส่วนที่ไม่ติดปัญหาพื้นที่จนแล้วเสร็จ ได้แก่ งานก่อสร้างถนนผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต ความยาวประมาณ 3,000 เมตร พร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างและตีเส้นจราจร เพื่อให้ประชาชนได้เริ่มใช้งานอำนวยความสะดวกก่อน
ส่วนงานก่อสร้างสะพาน ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการปรับปรุงรูปแบบการก่อสร้าง เนื่องจากแบบเดิมกำหนดให้ตัดขวางลำน้ำโดยตรง ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวลำน้ำจริง (Skew) อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของโครงสร้างและการระบายน้ำในระยะยาว จึงจำเป็นต้องปรับแก้แบบให้ถูกต้องตามหลักวิชาการวิศวกรรม
กรมโยธาธิการและผังเมือง ย้ำว่าเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างยิ่ง และขอยืนยันว่าจะเร่งรัดผลักดันการก่อสร้างสะพานบ้านคลองเก่าให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ภายใต้กรอบกฎหมาย มาตรฐานวิศวกรรม และความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยติดตามและเสนอแนะข้อมูลที่เป็นประโยชน์








