ฝากขังป้ามหาภัย ศาลสั่งปรับ 3 พันบาท
ตำรวจ สน.ห้วยขวาง นำตัว นางสาวยุพาพร หีอ ป้ามหาภัย ส่งศาลแขวงพระนครเหนือดำเนินคดีฐาน "ดูหมิ่นซึ่งหน้า" ศาลสั่งปรับเป็นเงิน 3,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยไม่มีเงินชำระจึงต้องส่งตัวเข้าเรือนจำ
จากกรณีชาวเน็ตแชร์เรื่องเตือนภัยพฤติกรรมของป้ามหาภัยที่อ้างว่าโดนกรีดกระเป๋าถูกขโมยทรัพย์สินมีค่าจนกลับบ้านไม่ได้ ทำให้คนที่ได้รับฟังยื่นเงินให้ด้วยความสงสาร แต่หากใครไม่ให้เงินก็จะถูกป้าด่า
วันนี้ (19 ต.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ สน.ห้วยขวาง น.ส.ยุพาพร พันธัง อายุ 53 ปี หรือ ป้ามหาภัย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาดูหมิ่นซึ่งหน้า หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกด่าทอทำให้อับอายขายหน้า ก่อนเจ้าหน้าที่จะพาขึ้นรถจักรยานยนต์ไปรับโทษเปรียบเทียบปรับที่ศาลแขวงพระนครเหนือ
ด้าน น.ส.ยุพาพร กล่าวด้วยความสับสนว่า คดีความที่เกิดขึ้นไม่ได้มีปัญหากับตนเท่าใดนัก และยังเชื่อว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่เรื่องที่ผิด หากเทียบกับเรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมที่ใหญ่กว่ามาก แต่ยังขอไม่พูดอะไรมากเพราะหากพูดจะยาว และเกรงว่าจะละเมิดอำนาจศาล หลังเสร็จสิ้นคดีคาดว่าจะไม่กลับไปพักที่ห้องเช่าย่านลาดพร้าวแห่งเดิมอีกแล้ว ตนยังมีภารกิจทางความคิดอีกหลายอย่างที่จะต้องทำ แบบที่ตนเองมักแต่งกายด้วยชุดสีดำล้วน ไม่เคยแต่งกายด้วยชุดสีอื่น ทั้งยังสวมหมวกสะพายกระเป๋าย่ามและพกร่ม ถือว่ามีนัยทางความคิดบางอย่างเช่นกัน
ต่อมาศาลแขวงพระนครเหนือได้พิเคราะห์พฤติการณ์ตามข้อกล่าวหา ประกอบกับไต่สวนจำเลยตามคำให้การแล้ว เห็นว่ากระทำผิดจริง จึงพิพากษาปรับเป็นเงิน 3,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยไม่มีเงินชำระค่าปรับและไม่สามารถติดต่อญาติได้ จึงให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวควบคุมไว้ที่ ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แทนการชำระค่าปรับ โดยมีการคิดอัตราโทษกักขัง 1 วัน แทนการชำระเงินค่าปรับ 500 บาท ซึ่งนางสาวยุพาพรต้องถูกกักขังเป็นเวลา 6 วัน นับตั้งแต่ที่มีคำพิพากษา
อย่างไรก็ตามก่อนที่ นางสาวยุพาพร จะถูกพาตัวมาส่งฟ้องต่อศาล ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ในทำนองค่อนข้างวกวนสับสนว่า คดีความที่เกิดขึ้นไม่ได้มีปัญหากับตนเท่าใดนัก และยังเชื่อว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่เรื่องที่ผิด หากเทียบกับเรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมที่ใหญ่กว่ามาก แต่ยังขอไม่พูดอะไรมากเพราะหากพูดจะยาว และเกรงว่าจะละเมิดอำนาจศาล หลังเสร็จสิ้นคดีคาดว่าจะไม่กลับไปพักที่ห้องเช่าย่านลาดพร้าวแห่งเดิมอีกแล้ว ตนยังมีภารกิจทางความคิดอีกหลายอย่างที่จะต้องทำ แบบที่ตนเองมักแต่งกายด้วยชุดสีดำล้วน ไม่เคยแต่งกายด้วยชุดสีอื่น ทั้งยังสวมหมวกสะพายกระเป๋าย่ามและพกร่ม ถือว่ามีนัยทางความคิดบางอย่างเช่นกัน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระบุว่า น.ส.ยุพาพร ได้พกโทรศัพท์มือถือไว้จริง แต่ไม่ได้ใส่ซิมการ์ดไว้ อาจทำให้ติดต่อญาติที่ตามหาไม่ได้