เตือน! โรคมือเท้าปากระบาดใน 6 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง
โรคมือเท้าปากระบาดในภาคใต้ตอนล่าง สคร.ที่ 12 สงขลา เตือนระวังเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ป่วยโรคมือ เท้า ปาก ที่มักพบผู้ป่วยมากในฤดูฝน เนื่องจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนเป็นสถานที่ที่มีคนอยู่ รวมกันจำนวนมาก ง่ายต่อการแพร่กระจายเชื้อโรคผ่านสิ่งของใช้และของเล่นได้
วันนี้ 28 ก.ย.63 รายงานข่าวว่าโรคมือเท้าปากกำลังระบาดในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง มีเด็กเล็กในศูนย์รับเลี้ยงเด็กในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างป่วย ซึ่งส่วนใหญ่ในสถานที่เลี้ยงเด็กเล็ก ส่งผลให้สถานที่เลี้ยงเด็กหลายแห่งต้องปิด เพื่อป้องกันโรคด้วยการทำความสะอาดในห้องเรียนและพื้นผิวสัมผัส
นายแพทย์เฉลิมพล โอสถพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรค(สคร.)ที่ 12 จ.สงขลา กล่าวว่าสถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก (Hand, foot and mouth disease) ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 63-23 ก.ค.63 พบผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก 332 ราย ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต พบผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยพบเพศชาย 192 ราย เพศหญิง 140 ราย
นายแพทย์เฉลิมพลฯ กล่าวว่า กลุ่มอายุที่พบป่วยโรคมือเท้าปากสูงสุดคือกลุ่มอายุ 0 - 4 ปี อัตราป่วยต่อประชากรแสนคนเท่ากับ 111.1 ราย รองลงมาคือกลุ่มอายุ 5 – 9 ปี อัตราป่วยต่อประชากรแสนคนเท่ากับ 9.1 ราย เด็กในปกครอง ร้อยละ 90.36 รองลงมาคือนักเรียน ร้อยละ 8.43 และ
“จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุดคือ จ.นราธิวาส อัตราป่วยเท่ากับ 13.06 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ จ.พัทลุง อัตราป่วยเท่ากับ 9.30 สงขลาต่อประชากรแสนคน 9.21 สตูลอัตราป่วยเท่ากับ 5.89, ตรังอัตราป่วยเท่ากับ 4.23 ปัตตานีอัตราป่วยเท่ากับ 3.89 ยะลา อัตราป่วยต่อประชากรแสนคน 0”
นายแพทย์เฉลิมพลฯ กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝน สภาพอากาศที่เย็นและชื้น ทำให้มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ง่าย นอกจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) แล้ว ยังมีโรคมือ เท้า ปาก ที่ผู้ปกครองและครู ควรต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก ซึ่งมีแนวโน้มพบอัตราป่วยมากที่สุด
นายแพทย์เฉลิมพลฯ ยังกล่าวต่อว่า ขอให้ผู้ปกครองและครูดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด คัดกรองและสังเกตอาการของเด็กก่อนเข้าเรียน เพื่อเฝ้าระวังการป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก และโรคโควิด 19 สำหรับ โรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยในทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำ เกิดจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปทางปากโดยตรง จากการติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผล หรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อจากการไอ จาม รดกัน
“หากผู้ป่วยได้รับเชื้อจะมีอาการเล็กน้อย เช่น มี ไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมา 1-2 วัน มีอาการเจ็บปาก ร่วมกับมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก ที่เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ลิ้น และจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือ มีไข้ขึ้นสูง ซึมลง เดินเซ ชัก เกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนมาก ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจติดเชื้อโรคมือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรง อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้”
นายแพทย์เฉลิมพลฯ ยังเปิดเผยว่า การป้องกันโรคมือ เท้า ปาก 1.โรงเรียนหรือสถานศึกษา ควรมีการคัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน สอนให้เด็กล้างมือเป็นประจำ หากพบเด็กป่วยให้แยกออกมา แจ้งผู้ปกครองให้มารับกลับและพักรักษาจนกว่าจะหายเป็นปกติ 2.หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของสถานที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ เช่น ภาชนะใส่อาหาร ห้องน้ำ ห้องส้วม ของเล่น 3.ผู้ปกครองหมั่นสังเกตอาการบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการนำเด็กเล็กไปในสถานที่ที่มีคนแออัด ควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกเด็กที่ป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ควรหยุดพักรักษาตัว
...