สว.สมุทรสาครผนึกพลังหารือแนวร่วม ระดมทางออกการจัดการศึกษาบุตรหลานแรงงานข้ามชาติ

ภูมิภาค5 พ.ย. 2567 • 16:28 น.
สว.สมุทรสาครผนึกพลังหารือแนวร่วม ระดมทางออกการจัดการศึกษาบุตรหลานแรงงานข้ามชาติ

สว.สมุทรสาครผนึกพลังหารือแนวร่วม ระดมทางออกการจัดการศึกษาบุตรหลานแรงงานข้ามชาติ


 เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 05 พฤศจิกายน 2567 นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย นายนิคม มากรุ่งแจ้ง สว.สมุทรสาคร นายชวพล วัฒนพรมงคล สว.สมุทรสาคร นายวรณัฏฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายอาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัด ผู้แทนจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร สภ.เมืองสมุทรสาคร กองกำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสมุทรสาคร กอ.รมน.สมุทรสาคร กระทรวงแรงงานจังหวัด ปกครองจังหวัด องค์กรพิทักษ์สิทธิ์แรงงานข้ามชาติ (พราว) สาธารณสุข ผู้แทนภาคเอกชน และ เต้ อาชีวะพร้อมกลุ่มไทยไม่ทน เข้าร่วมหารือแนวทางการจัดการกับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาก่ออิทธิพลในจังหวัดสมุทรสาคร และ แนวทางการจัดการศึกษาให้กับบุตรหลานแรงงานข้ามชาติ ของแรงงานผิดกฎหมายในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อยกระดับให้เป็นแนวทางสู่การแก้ไขปัญหาระดับประเทศต่อไป
 ทั้งนี้ในเรื่องของหารือแนวทางการจัดการกับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาก่ออิทธิพลในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งทางกลุ่มของเต้อาชีวะและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ขับเคลื่อนมาสักระยะหนึ่งแล้วนั้น ในส่วนตรงนี้จะมีการร่วมกันดำเนินงานอย่างเข้มข้นโดยให้แต่ละฝ่ายที่มีข้อมูลเชิงลึก ส่งเข้ามายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามเพื่อดำเนินการให้ถึงตัวบุคคลที่มีการกล่าวอ้างถึง แม้ว่าแหล่งที่พักอาศัยของบุคคลนั้นๆ จะไม่ได้อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร แต่ก็สามารถที่จะส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานในแต่ละพื้นที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนคนไทยคนไหนที่เข้าไปร่วมขบวนการด้วยนั้น ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทยด้วยเช่นเดียวกัน


 ส่วนประเด็นสำคัญที่มีการมาหารือร่วมกันในครั้งนี้คือ แนวทางการจัดการศึกษาให้กับบุตรหลานแรงงานข้ามชาติ ของแรงงานผิดกฎหมายในจังหวัดสมุทรสาคร โดยปัจจุบันพบว่า มีแรงงานข้ามชาติในจังหวัดสมุทรสาครที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องมีอยู่ประมาณ 290,000 คน มีบุตรหลานแรงงานข้ามชาติอยู่ในช่วงวัยที่ต้องได้รับการศึกษาไม่ต่ำกว่า 5,000 คน ซึ่งเด็กเหล่านี้กลายเป็นช่องโหว่ให้องค์กรหรือมูลนิธิฯ บางแห่ง อาศัยความใกล้ชิดและคุ้นเคยกับการทำงานร่วมกับแรงงานข้ามชาติอยู่แล้ว เข้ามาหาผลประโยชน์ด้วยการเปิดโรงเรียนสอนเด็กข้ามชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นเพื่อเป็นการอุดช่องโหว่ของการหาผลประโยชน์จากการศึกษาของบุตรหลานแรงงานข้ามชาติให้เป็นไปภายใต้กฎหมายไทยนั้น จึงได้มีการประชุมหารือร่วมกัน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีแนวทางคือ บุตรหลานแรงงานข้ามชาติทุกคนควรต้องเข้ารับการศึกษาจากโรงเรียนในสังกัดของรัฐบาลไทย ที่มีกระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัด หรือหากเป็นสถานศึกษาที่เป็นขององค์กรจัดตั้งขึ้น ก็จะต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และตัวอาคารต้องได้รับอนุญาตด้วยไม่ใช่เพียงแค่หลักสูตรการจัดการเรียนการสอนเท่านั้น รวมไปถึงทางด้านสาธารณสุขที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางหน่วยงานด้านการศึกษาจะมีการหารือกันให้เป็นที่ชัดเจน และแจ้งขั้นตอนที่สำคัญต่างๆ ให้ทุกองค์กรได้รับทราบ ส่วนใครที่ลักลอบดำเนินการแล้วไม่ยอมทำให้ถูกต้องก็จะต้องถูกสั่งปิดพร้อมกับมีความผิดทางคดีต่อไป 


 นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสาครกล่าวย้ำว่าสำหรับในเรื่องดังกล่าวนี้ ไม่ใช่การหารือเพื่อแก้ปัญหาหรือจัดแนวทางการศึกษาให้แก่บุตรหลานแรงงานข้ามชาติในจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น แต่จะขยายและต่อยอดไปถึงระดับประเทศอีกด้วย.

​​​​​​​