พนักงานสาวเทศบาลเวียงคุก หอบหลักฐานข้ามจังหวัด ร้องผบช.ภ.4 ขอความเป็นธรรม หลังพบการทำงานของตำรวจหนองคาย ไม่โปรงใส

ภูมิภาค24 ก.ค. 2563 • 17:36 น.
พนักงานสาวเทศบาลเวียงคุก หอบหลักฐานข้ามจังหวัด ร้องผบช.ภ.4 ขอความเป็นธรรม หลังพบการทำงานของตำรวจหนองคาย ไม่โปรงใส
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 24 ก.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องรับเรื่องร้องทุกข์ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น น.ส.ขวัญชนก ธรรมวงษ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 ม.1 ต.เวียงคุก อ.เมือง จ.หนองคาย อดีตพนักงานเก็บเงินค่าน้ำประปา บ้านเวียงคุก ม.1 ปัจจุบันเป็นพนักงานแผนที่ ภาษี และทะเบียนทรัพย์สิน เทศบาลตำบลเวียงคุก นำเอกสารและหนังสือร้องเรียน เข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 เพื่อขอความเป็นธรรม เนืองจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากพนักงานสอบสวน ที่ทำคดีเกี่ยวกับทรัพย์ของเทศบาลเวียงคุกที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวน (ร.ต.อ.พิชัย กงทิพย์ สว.(สอบสวน)สภ.เวียงคุก เมื่อปี 2562) และ (พ.ต.ท.บำรุง แนบชิดชัย รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เวียงคุก คนปัจจุบัน) โดยมี พ.ต.อ.ธนะวัฒน์ สุมานัส ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.4 รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว น.ส.ขวัญชนก กล่าวว่า เมื่อช่วง เดือน พ.ย. 2561 มี เจ้าหน้าที่ สตง.เข้าตรวจสอบประจำปีที่เทศบาลตำบลเวียงคุก แล้วพบสมุดใบเสร็จรับเงิน 2 เล่มมีการฉีกใบสีขาวไป จึงให้เทศบาลตำบลเวียงคุก ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด จากนั้นเทศบาลฯ มีการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรรมการทั้งหมด 3 คน เป็นเจ้าหน้าที่ในเทศบาล การตรวจสอบผ่านไป หัวหน้ากรรมการตรวจสอบลาออก และเปลี่ยนคนใหม่ มาตรวจสอบ การตรวจสอบดำเนินการต่อไปอีกหลายเดือนยังไม่ทราบผลสรุป ต่อมาเดือน ก.พ.2562 เทศบาลฯได้มีการแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.เวียงคุก และมีการเรียกสอบปากคำพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บเงินน้ำประปาและคนที่เก็บรักษาเงินของเทศบาลรวมทั้งหมด 10 คน ไปที่ สภ.เวียงคุก พนักงานสอบสวน กล่าวเพียงว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเสมือนการปอกแตงโมใครได้ชิ้นเล็ก ชิ้นใหญ่ไม่ว่ากันขอให้นำเงินมาคืนจากนั้นก็ยังไม่ทราบผลการตรวจสอบและสอบสวน "ต่อมาวันที่ 4 พ.ค.2562 เทศบาลตำบลเวียงคุกได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้มีการสอบสวน ดำเนินคดี 2 คน คือตนเองกับผู้อำนวยการกองคลัง จากนั้นวันที่ 30 พ.ค. พนักงานสอบสวนก็เรียกตัวไปพบและแจ้งข้อหา ยักยอกทรัพย์(เงินสดส่วนบุคคล) ซึ่งเมื่อรับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยก็กลับบ้าน จนกระทั่งวันที่ 20 มิ.ย. 2562 พนักงานสอบสวนได้เรียกไปพบ เมื่อพบพนักงานสอบสวนบอกว่า “พี่ลืมไป พี่ขอโทษนะ ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะเธอเป็นพนักงาน พอดี ปปท.โทรมาบอก พี่จะไปถอนฟ้องที่ศาลให้และจะส่งเรื่องไปที่ ปปช.ขอนแก่น แต่ไม่รู้จะทันหรือไม่” จากนั้นพนักงานสอบสวนก็ให้กลับบ้าน และเรื่องทุกอย่างก็เงียบหายไป ตนเองก็ยังทำงานในเทศบาลแต่ถูกย้ายไปอยู่ในหน้าที่อื่น และได้รวบรวมหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับมูลเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดเอาไว้" น.ส.ขวัญชนก กล่าวต่ออีกว่า ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค. 2563 มีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน สภ.เวียงคุกให้ไปพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งหมายเรียกลงวันที่ 7 ก.ค. 2563 จึงไปพบและพนักงานสอบสวนก็แจ้งว่า มารับทราบข้อกล่าวหาในคดีของเทศบาลตำบลเวียงคุก เพราะมีเจ้าหน้าที่มาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกกล่าวหา และรับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าทีโดยมิชอบ ซึ่งเมื่อรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนแล้ว จึงสอบถามพนักงานสอบสวนว่าเป็นคดีเก่า หรือคดีใหม่ แต่พนักงานสอบสวนไม่มีการอธิบายทำความเข้าใจใดๆเลยบอกเพียงว่าคดีเก่าคดีใหม่ก็รวมกันทั้งหมด จึงแปลกใจว่าทั้งเรื่องเก่า เรื่องใหม่รวมกันอย่างไร พนักงานสอบสวนคนเก่าก็ย้ายไปที่อื่นการสืบสวนสอบสวนก็ไม่มีการเรียกตรวจสอบพยานใดๆ จึงทำหนังสือร้องเรียนและขอความเป็นธรรมต่อ ผบก.ภ.จว.หนองคายแต่ทุกอย่าง ยังเงียบ จึงเดินทางมาร้องเรียนต่อ ผบช.ภ.4 เพราะเชื่อว่าน่าจะเกิดความกระจ่างชัดเจนโปร่งใสและเป็นธรรม