สั่งยึดคืนที่ดิน"ศุภชัย โพธิ์สุ"รองปธ.สภาฯ เกือบ 200 ไร่ พื้นที่ป่าดงพะทาย เหตุถือครองผิดเงื่อนไข
นครพนม ผู้ว่าฯ มอบเจ้าพนักงานที่ดิน ตรวจสอบปมที่ดินป่าดงพะทาย กรณีที่มาการครอบครองมิชอบด้วยกฎหมาย หลังสหายแสง ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.ภูมิใจไทย ถูกร้อง ได้มาครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ล่าสุดผู้ว่าฯ ออกคำสั่งจำหน่ายเพิกถอน คืนสภาพแล้ว เกือบ 100 แปลง พบเป็นของครูแก้ว ถึง 39 แปลง เนื้อที่เกือบ 200 ไร่ ได้มาผิดเงื่อนไขกฎหมายที่ดิน ลุ้นประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาความผิดด้านจริยธรรม หลังรับเข้าวาระพิจารณาแล้ว
วันที่ 2 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้ากรณี ปมข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการครอบครองป่าดงพะทาย ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ของ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ภายหลังมีชาวบ้านร้องเรียนว่า ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ก่อนนี้ ทางด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปรามปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ได้ออกมาแถลงเกี่ยวกับข้อร้องเรียน พร้อมสรุปข้อมูลรวบรวมหลักฐานเสนอไปยัง ป.ป.ช.พิจารณา เอาผิด
นอกจากนี้ในส่วนของ สถาผู้แทนราษฎร โดย นายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร และกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ได้รับเป็นวาระการประชุมพิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีกฎหมายเรื่องจริยธรรมของ ส.ส. เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเท็จจริง คาดว่าจะมีการพิจารณาในสัปดาห์หน้า หากผิดจริง ทางคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร จะได้เสนอเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณาเกี่ยวกับความผิดให้พ้นตำแหน่ง รวมถึงตัดสิทธิ์ทางการเมือง และรอกระบวนการ ป.ป.ช. พิจารณาความผิดเกี่ยวกับการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จต่อไป
ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ นายศุภชัย ชี้แจงเป็นที่เรียบร้อย โดยยืนยันว่า ได้มีการครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย แต่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ คณะกรรมการ จริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ว่ามีความผิดหรือไม่
ด้าน นายบุญนาก ถิระสวัสดี เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า สำหรับที่ดินป่าดงพะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เดิมเป็นพื้นที่รัฐบาลจัดสรรให้คนยากจนไร้ที่ดินทำกิน มาตั้งแต่ปี 2517 มีจำนวนกว่า 2,000 แปลง รวมกว่า 20,000 ไร่ โดยมีการออกไปจองให้กับชาวบ้านที่เข้าหลักเกณฑ์ไปแล้วบางส่วน สำหรับประเด็นปัญหาสำคัญ ที่เกิดข้อร้องเรียน โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมที่ดิน ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จนกระทั่งพบปัญหาว่าพื้นที่ดังกล่าว ที่เคยได้รับการจัดสรร มีบุคคลที่ได้รับใบจับจอง นำไปจำหน่าย ถือว่าผิดเงื่อนไขตามระเบียบกฎหมายที่ดิน ไม่สามารถนำไปซื้อขายจำหน่ายได้ แต่สามารถรับมอบเป็นมรดกได้ โดยล่าสุดทางที่ดินจังหวัดนครพนม จึงได้ดำเนินการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาออกคำสั่งจำหนายเพิกถอน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ถึง กันยายน 2565 มีพื้นที่ถูกจำหน่ายเพิกถอน คืนสภาพ รวม กว่า 90 แปลง ในจำนวนนี้ เป็นพื้นที่ของ นายศุภชัย จำนวนถึง 39 แปลง เนื้อที่เกือบ 200 ไร่ โดยเป็นที่ดินจับจองได้มาจากการซื้อขายใบจับจอง ถือว่าผิดเงื่อนไข จะต้องมีการจำหน่ายเพิกถอน คืนสภาพ จากการตรวจสอบส่วนใหญ่พบว่าเป็นพื้นที่รกร้าง ส่วนการดำเนินการต่อไปจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทย ในการออกประกาศ เพื่อเดินสำรวจออกโฉนดจัดสรรให้เกษตรกร อีกรอบ ตามเงื่อนไขระเบียบกฎหมายที่ดิน นอกจากนี้การพิจารณาว่าบุกรุกป่าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่เดิม หากเป็นที่รกร้างไม่ถือว่าบุกรุก แต่หากเป็นพื้นที่ป่าสาธารณะ หรือป่าสงวน บุคคลที่เข้าไปครอบครอง ถือว่าเป็นการบุกรุก
นายบุญนาก ถิระสวัสดี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามทางสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม ยืนยันจะดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่ดินทุกขั้นตอน หากพบว่าบุคคลที่รับใบจับจอง แล้วกระทำผิดเงื่อนไข นำไปซื้อขายจำหน่าย จะต้องดำเนินการจำหน่ายเพิกถอนทุกราย โดยพื้นที่ จ.นครพนม มีเป้าหมายดำเนินการ ออกคำสั่งจำหน่ายคืนสภาพ อีกจำนวนกว่า 700 แปลง อยู่ระหว่างการดำเนินการ ฝากย้ำเกษตรกร เมื่อได้รับการจัดสรรจากรัฐแล้ว ควรดำเนินการทำกินตามระเบียบ เพราะไม่มีสิทธิ์ซื้อขาย แต่สามารถมอบให้เป็นมรดกของทายาทได้ หากใครไม่ทำตามเงื่อนไขถือว่าขาดสิทธิ์ ไม่มีสิทธิ์ครอบครองอีกต่อไป ส่วนใครที่ถูกจำหน่ายเพิกถอนสิทธิ์ และได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จะเข้าข่ายบุกรุกหรือเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ จะต้องพิจารณาเป็นรายไป ตามสภาพพื้นที่ป่าเดิม ว่าเคยอยู่ในสถานะอะไร มีทั้งที่รกร้างว่างเป่า ที่สาธารณะ และที่ป่าสงวน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ก่อนที่จะออกใบจอง ยืนยันหากใครผิดเงื่อนใครจะต้องถูกจำหน่ายเพิกถอนทุกราย ไม่มียกเว้น